นามบัตรนั้น สำคัญไฉน

ผมเชื่อว่าทุกท่านคงจะมีนามบัตรหรือเคยมี โดยเฉพาะคนที่ทำงานด้านธุรกิจ นามบัตรถือเป็นสัญญลักษณ์แสดงสถานะภาพและอุปกรณ์ในการสื่อความอย่างหนึ่งว่า เราเป็นใคร มาจากไหน ทำอาชีพการงานอะไร เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับบุคคลที่เราเพิ่งรู้จัก

และคาดว่าอาจจะมีการติดต่อกันอีกในโอกาสหน้า บางคนเมื่อได้รับนามบัตรจากใครมาก็จะเก็บอย่างดีเป็นระบบระเบียบ มีที่เก็บนามบัตร ในทำนองเดียวกันบางคนอาจจะทิ้งๆขว้างๆไม่เก็บให้ดี เวลาต้องการจะติดต่อกับเจ้าของนามบัตร ก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหน

พูดไปนามบัตรก็คล้ายๆกับเบอร์โทรศัพท์ที่เราได้รับจากคนอื่น หากเราบริหารจัดการให้ดีก็เป็นข้อมูลที่จะช่วยเราได้ เมื่อต้องการติดต่อสื่อสารกับผู้เป็นเจ้าของนามบัตรหรือเจ้าของเบอร์โทรศัพท์นั้นๆ

ในวงการเมืองหรือทางราชการนามบัตรยังถือเสมือนเป็นสถานะภาพของเจ้าของนามบัตรด้วย สามารถใช้เป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ได้ในระดับหนึง ผมเชื่อว่าผู้คนจำนวนมากที่มีนามบัตรใช้ คงไม่เคยคิดว่า นามบัตรนี้มีต้นกำเนิดมาจากไหน ใครเป็นผู้คิดขึ้น เพราะเราใช้กันมานานและเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยใกล้ตัวจนลืมคิดเรื่องนี้ไปก็ได้

ผมทราบมาว่าชาวญี่ปุ่นเป็นชาติหนึ่งที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับนามบัตรมาก ขนาดกำหนดเป็นกฏเกณฑ์ในการใช้นามบัตรกันทีเดียว เราลองมาดูกฏ กติกา มรรยาท ในการใช้บามบัตรของชาวญี่ปุ่นดูนะครับ

กำเนิดนามบัตร
เกิดขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 19 จากการประยุกต์บัตรสองชนิดเข้าด้วยกัน นั่นคือ “Visiting Card” บัตรที่อภิสิทธิ์ชนทั้งหลายในช่วงศตวรรษที่ 17 ส่งให้คนรับใช้ของตน เพื่อส่งให้คนรับใช้ของบ้านที่ไปเยือนเพื่อนำไปมอบให้เจ้าบ้าน เป็นการบอกว่า “ฉันมาหา” กับ “Trading Card” ซึ่งเป็นบัตรที่ใช้ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์และเป็นแผนที่ของร้านค้าในกรุง ลอนดอนในศตวรรษที่ 17 เนื่องจากถนนหนทางสมัยนั้นยังไม่มีการจัดระบบหรือระบุชื่อถนนที่แน่นอน
ขนาดของนามบัตร
ขนาดมาตรฐานสากลที่กำหนดโดย ISO 7810 ID-1 คือ 85.60 x 53.98 mm. หรือขนาดเท่ากับบัตรเครดิต
ข้อความในนามบัตร
ประกอบด้วย ชื่อ-สกุล, ชื่อบริษัท, Logo, ที่อยู่บริษัท, เบอร์โทรศัพท์, เบอร์มือถือ, อีเมล, เว็บไซต์
มารยาทในการใช้นามบัตร
– เจอกันครั้งแรกต้องแลกนามบัตร :
* การแลกนามบัตรจะเกิดขึ้นเมื่อยืนต่อหน้ากัน โดยผู้ไปเยือนต้องเป็นผู้ยื่นนามบัตรไปกับเจ้าของสถานที่ก่อน
* การยื่นนามบัตรให้ต้องจับนามบัตรด้วยสองมือยื่นให้แก่ผู้รับ โดยหันตัวหนังสือไปด้านที่ผู้รับจะอ่านได้ง่าย ในขณะเดียวกัน อ่านชื่อของคุณและชื่อบริษัทตามด้วยการโค้งตัวอย่างนอบน้อม
* ถ้าคุณไปกับเจ้านาย ให้เจ้านายยื่นนามบัตรแก่ลูกค้าก่อน คุณจึงบื่นนามบัตรตามหลัง
* ควรยื่นนามบัตรให้ผู้ที่มีความสำคัญหรือมีตำแหน่งสูงสุดก่อน
– รับนามบัตรอย่างมีมารยาท :
* ให้โค้งตัวลงเมื่อคุณรับนามบัตร อ่านชื่อและรายละเอียดในนามบัตร เพื่อแสดงให้เห็นว่าคุณสนใจและใส่ใจกับคนให้นามบัตร
* ในระหว่างการประชุม ควรวางนามบัตรไว้บนโต๊ะ อย่างเป็นระเบียบจนกว่าการประชุมจะสิ้นสุดลง
* นามบัตรของผู้ที่สำคัญที่สุด หรือมีตำแหน่งสูงสุด จะอยู่ด้านบนสุดของที่เก็บนามบัตร
ข้อพึงระวัง
* อย่าส่งนามบัตรในลักษณะเหมือนการโยนไพ่
* อย่าเขียนอะไรลงไปในนามบัตร ( แต่อาจแอบเขียนด้านหลังนามบัตรก็คงพอได้ )
* อย่าใส่นามบัตรไว้ในกระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋าเสื้อแจ๊กเก็ต ควรเก็บนามบัตรไว้ในสมุดหรือที่เก็บนามบัตรจะดีกว่า
* อย่าทิ้งนามบัตรเรี่ยราดตามโต๊ะ ตามพื้น หรือในถังขยะ เพราะดูไม่งามและถือเป็นการดูถูกเหยียดหยามเจ้าของนามบัตร

อ่านดูแล้วจะเห็นว่า ชาวญี่ปุ่นนอกจากจะเป็นชาติที่มีระเบียบวินัยในเรื่องต่างๆแล้ว ยังไม่เว้นที่จะมีระเบียบวินัยแม้ในเรื่องเกี่ยวกับนามบัตรด้วย

ก่อนจะจบข้อเขียนเรื่องนี้ ผมขอฝากคำถามเล็กๆสักสองสามข้อเป็นการทำการบ้านเกี่ยวกับนามบัตรของท่านว่า ท่านใช้นามบัตรครั้งแรกเมื่อใด และความจำเป็นที่ต้องใช้นามบัตรในครั้งแรกนั้น ท่านเคยเปลี่ยนนามบัตรมากี่ครั้งแล้ว ท่านมีระบบการบริหารจัดเก็บนามบัตรที่ท่านได้รับจากผู้อื่นอย่างไร

แค่นี้ท่านก็คิดจนปวดหัวแล้ว ขอจบด้วยชื่อข้อเขียนนี้ว่า “นามบัตรนั้น สำคัญไฉน”

ข้อมูลจาก http://www.yahoo.com รู้รอบ

ใส่ความเห็น

Filed under ครอบจักรวาล

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s