คิดไปเขียนไป(4) ปกิณกะจากวิกฤตน้ำท่วม 2544

ครั้งแรกบทความชุดนี้ตั้งใจจะเขียนเพียง 3 ตอน แต่เมื่อติดตามข่าวสารเกี่ยวกับวิกฤตน้ำท่วมมาอย่างต่อเนื่องแล้ว เห็นว่ายังมีเรื่องที่น่าสนใจเขียนถึงอีกหลายเรื่อง อาทิ มวลน้ำครั้งนี้ทำไมมีมากนัก ความเสียหายที่ได้รับครั้งนี้มหาศาลนัก ความมีน้ำใจของพี่น้องชาวไทยที่ไม่ทิ้งกัน ภาพการอพยพหนีน้ำที่ไม่เคยเห็นกันมาก่อน ความทุกข์ยากของคนชรา เด็ก คนพิการ และคนป่วย สุดท้ายบทบาทของสื่อออนไลน์ เป็นต้น

มวลน้ำครั้งนี้ทำไมมีมากนัก

ฟังนักวิชาการเกี่ยวกับน้ำวิเคราะห์ว่า เมื่อประมาณเดือนมีนาคม ที่ผ่านมาฝนที่ตกทางภาคเหนือก็มีปริมาณตามปกติเช่นทุกปี แต่ปีนี้มีพายุพัดผ่านเข้ามาหลายลูก ส่งผลให้มีฝนตกชุกขึ้นกว่าทุกปีที่ผ่านมา ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมายิ่งมีปริมาณน้ำฝนเพิ่มมากขึ้น เขื่อนภูมิพลก็ยังกักเก็บน้ำไว้ จนมาถึงประมาณเดือนสิงหาคม-กันยายน ปริมาณน้ำที่เขื่อนภูมิพลเริ่มจะเต็มพิกัดที่จะเก็บน้ำได้แล้ว ปกติเขื่อนภูมิพลจะระบายน้ำลงมาใต้เขื่อนเป็นระยะๆ แต่ปีนี้มีข่าวบางกระแสพูดกันว่าเขื่อนฯไม่ได้ระบายน้ำลงมาเลย เพราะมีข้อมูลว่าพื้นที่ใต้เขื่อนฯก็มีฝนตกเป็นระยะๆ จึงไม่กล้าปล่อยน้ำลงมา

วินาทีสุดท้ายที่ทำให้เกิดวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ทางจังหวัดภาคกลางก็เกิดขึ้นคือ เขื่อนฯไม่สามารถจะกักเก็บน้ำได้อีกต่อไปแล้ว จึงต้องระบายปล่อยมวลน้ำมหาศาลลงมาภาคกลาง มวลน้ำมหาศาลนี้ก็ไหลท่วมจังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ที่แย่ที่สุดก็คือ อยุธยา น้ำมวลมหาศาลนี้มีพลังที่ไหลเร็วและแรง จนผู้คนที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดต่างๆตามที่กล่าวมา ไม่สามารถจะตั้งรับได้ทัน พื้นที่นา ไร่ สวน จำนวนเป็นหมื่นๆไร่ก็อยู่ใต้น้ำหมด มองดูเป็นทะเลน้ำจืดเวิ้งว้างไปหมด พืชไร่เสียหายมากมายเหลือคณานับ ปลาที่บ่อเลี้ยงปลา สัตว์เลี้ยงเสียหายหมดเช่นกัน

พื้นที่จังหวัดอยุธยารับความเสียหายมหาศาลเช่นกัน เมืองโบราณสถาน พื้นที่เขตนิคมอุตสาหกรรม 5-6 แห่งก็ถูกน้ำท่วมจมอยู่ใต้น้ำ ความเสียหายครั้งนี้นักวิชาการประเมินว่าเป็นแสนล้านบาททีเดียว

ทันทีที่ภาพความเสียหายถูกเผยแพร่ไปโดยสื่อมวลชน รัฐบาลและหน่วยงานภาคเอกชนก็ไม่นิ่งดูดาย จัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาดูแลเรื่องนี้ทันที รัฐบาลจัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้้ำท่วม” หรือ “ศปภ.” ที่สนามบินดอนเมือง มี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เป็นผู้อำนวยการฯรับบริจาค เงิน สิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค ฯลฯ เพื่อส่งไปช่วยเหลือประชาชนที่ถูกภัยน้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ โดนมีหน่วยงานภาคประชาชนและอาสาสมัครมาช่วยงานจำนวนเป็นพันคนต่อวัน เช่น ช่วยจัดถุงยังชีพ จัดแยกสิ่งของต่างๆเป็นหมวดหมู่ จัดเจ้าหน้าที่รับเรื่องราวร้องทุกข์และประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีทหารหาญจากกองพลต่างๆของกองทัพบก และกองทัพเรือ ลงมาช่วยในภาคสนามที่พื้นที่ถูกภัยน้ำท่วม 1 โดยการแบ่งงานกันทำอย่างเข้มแข็ง เช่น กองทัพเรือช่วยในการขนส่งทางน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก เพราะมีความชำนาญด้านน้ำ กองทัพบกทางพื้นดิน เช่น การจัดทำเขื่อน ผนังกั้นน้ำ ขุดลอกทางระบายน้ำด้วยเครื่องจักรขนาดใหญ่ ขนย้าย คนชรา ผู้พิการ คนป่วย เด็ก หญิงใกล้คลอดเป็นต้น

ใส่ความเห็น

Filed under คิดไปเขียนไป

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s