คนไม่ดีมีอยู่ทั่วไปแม้ในโลกออนไลน์

เมื่อสองวันมานี้ได้อ่านข่าวหน้าหนึ่งบนหนังสือพิมพ์รายวันเกือบทุกฉบับ แม้กระทั่วข่าวทีวีช่องหลักๆ กรณีมีผู้ชายวัยประมาณสามสิบกว่าๆ เข้าไปเล่นในเฟซบุ๊ค ซึ่งเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คที่กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางทั่วโลก มีผู้เล่นทั่วโลกทุกเพศทุกวัยทุกสาขาอาชีพไม่น้อยกว่า 700 ล้านคน แล้วตีสนิทกับผู้เล่นซึ่งเป็นนักเรียนหญิงวัย 13-15 ปี ที่จังหวัดนครราชสีมา จนกระทั่งเด็กนักเรียนหญิงตายใจยอมนัดพบกับชายคนนี้ แล้วถูกหลอกไปละเมิดทางเพศ ข่าวนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อตำรวจนำชายคนนี้มาแถลงข่าว

ผมจะไม่วิพากษ์วิจารณ์อะไรเกี่ยวกับคดีนี้ แต่ขอตั้งเป็นข้อสังเกตุ(ส่วนตัว)สัก 4-5 ประการคือ ข้อสังเกตุนี้ขอย้ำว่าเป็นส่วนตัวนะครับ

1.ประเทศไทยกำลังเจริญด้วยเทคโนโลยี โดยเฉพาะทางด้าน ไอที. ความเจริญนี้เป็นที่นิยมของผู้คนทั่วไป ไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กนักเรียนระดับชั้นประถม ถึงระดับอุดมศึกษา ถามว่าดีใหม? ตอบว่าดีแน่ แต่อย่าลืมว่า ในดีมีเสีย ในเสีย ก็มีดีเช่นกัน เว้นแต่เราจะมีวิธีป้องกันที่แยบยลเท่านั้น โดยเฉพาะเด็กนักเรียนนั้น ซึ่งยังอยู่ในวัยที่ต้องการเรียนรู้สิ่งแปลกๆใหม่ๆ ต้องได้รับการแนะนำจากผู้ปกครองและครูอาจารย์ เพื่อมิให้เด็กหลงผิดไปกระทำในสิ่งที่ไม่ดี

2.หน่วยงานราชการที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเทคโนโลยีเหล่านี้ ควรจะมีการเผยแพร่ให้ความรู้กับประชาชน เด็กนักเรียน ให้รู้ว่าจะใช้เทคโนโลยีเหล่านี้อย่างไรจึงจะได้ประโยชน์และใช้อย่างปลอดภัย

3.ที่เคยชอบพูดกันเสมอๆว่าที่เด็กหลงผิดและถูกชักนำไปในทางที่ไม่ดีนั้น เพราะผู้ปกครองไว้ใจให้เด็กเล่นคอมพิวเตอร์ในที่ลับตา เช่นห้องนอน เป็นต้น ความคิดนี้เก่าล้าสมัยไปแล้ว เพราะวันนี้เด็กไม่จำเป็นจะต้องใช้คอมพิวเตอร์แล้ว สามารถเล่นได้บนมือถือประเภทสมาร์ตโฟน เช่นเล่นเกม แชทกับเพื่อนๆ และมือถือเด็กสามารถนำติดตัวไปได้ทุกแห่งหน ทางที่ดีคือไม่ควรจะสนับสนุนให้เด็กใช้มือถือประเภทสมาร์ตโฟนที่มีประสิทธิภาพเกินความจำเป็นของเด็กที่จะใช้ในการติดต่อสื่อสารที่จำเป็น โปรดอย่าใจอ่อนเมื่อเด็กๆมาบอกว่าเพื่อนๆเขาใช้มือถือระดับนี้กันทั้งนั้น นอกจากจะเปลืองเงินโดยไม่จำเป็นแล้วยังมีอันตรายรออยู่กับลูกหลานของท่านด้วย ประการสำคัญคือพ่อแม่ก็ไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้

4. ขอแนะนำด้วยความหวังดีต่อพ่อแม่ผู้ปกครองเด็กนักเรียนทั้งหลายว่า ท่านควรจะเอาใจใส่เรียนรู้เกี่ยวกับความทันสมัยของมือถือสมัยนี้บ้างว่า มันมีคุณอนันต์ แต่มันก็มีโทษมหันต์ ถ่าคิดว่าตนเองแก่เกินไปที่จะเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ อย่างน้อยก็ต้องมีภูมิคุ้มกันรู้เรื่องเหล่านี้ในระดับพื้นฐานบ้าง เพื่อป้องกันบุตรหลานของท่าน เป็นการกันดีกว่าแก้นะ

5.ประการสุดท้ายขอให้การบ้านสำหรับสถานศึกษาทุกระดับ ว่าครูอาจารย์ควรจะมีการแนะนำเด็กนักเรียนให้มีความรู้ความเข้าใจในการป้องกันตัวเองจากมิจฉาชีพที่แอบแฝงเข้ามาในโลกออนไลน์บ้าง เพราะวันนี้โลกออนไลน์เกือบจะเหมือนโลกจริงเข้าไปทุกทีแล้ว มีคนดีคนไม่ดีปะปนกันมั่วไปหมด

ใส่ความเห็น

Filed under โซเชียล มีเดีย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s