เยือนขะแมร์ แลเขมร (3)

เยือนขะแมร์ แลเขมร ตอนนี้จะเขียนเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในเขมร ซึ่งมีอยู่หลายแห่ง แต่คนทั่วไปมักจะนึกถึง นครวัด นครธม หรือ สถานที่ที่เรียกกันว่า ทุ่งสังหาร (Killing field) ซึ่งเป็นสถานที่ฝั่งศพชาวเขมร ในสมัยพลพตมีอำนาจฆ่าล้างเผ่าพันธ์ชาวเขมรด้วยกันเกือบ 2 ล้านคน

เราคงต้องเริ่มกันที่เมืองกำปงโสม (สีหนุวิลล์) ซึ่งเป็นเมืองท่าเรือของเขมรเพียงแห่งเดียว เพราะประเทศกัมพูชามีชายทะเลน้อยมาก เมืองสีหนุวิลล์มีชายหาดที่สวยงามจำนวน 5 แห่ง และมีนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมาพักตากอากาศที่นี่มาก ดังนั้นเมืองสีหนุวิลล์จึงนับได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ติดอันดับของเอเซียอาคเนย์

ไกด์เขมรพาคณะฯเราเดินทางไปยังจุดชมวิว ที่มีนักท่องเที่ยวมาชมกันมาก

คณะฯเราถือโอกาสถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน

ใช้เวลาชื่นชมและเดินเล่นอยู่ตรงนี้ประมาณ 1 ชม. ไกด์ก็พาไปยังหาดสุขา (แปลว่าหาดแห่งความสุข ไม่ใช่หาดส้วม) ซึ่งอยู่บริเวณใกล้กัน หาดสุขาได้รับการยกย่องว่าเป็นชายหาดที่สวยที่สุดในจำนวน 5 แห่งของเขมร

แต่ดูสถานที่โดยรวมแล้วคล้ายหาดบางแสนของไทยสมัยเมื่อยี่สิบปีที่ยังไม่ได้พัฒนา มีแผงลอยตั้งระเกะระกะอยู่ทั่วไป ขายอาหารและเครื่องดื่มพื้นเมือง มีเก้าอี้ผ้าใบให้เช่านั่งหรือนอน เห็นชาวบ้าน(เขมร)ทุกเพศและวัย ต่างพากันนั่งเก้าอี้ผ้าใบเต็มไปหมด สั่งอาหารและเครื่องดื่มมาดื่มกินกันอย่างมีความสุข หาดสุขานี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหาดที่สวยที่สุดในจำนวน 5 แห่งของเขมร เมืองสีหนุวิลล์มีประชากรเพียง 200,000 คนเท่านั้น

ไกด์ให้คณะฯเราเดินเล่นอยู่บริเวณนี้ประมาณ 45 นาที แล้วพาไปทานอาหารเย็น เสร็จแล้วคืนนี้คณะฯเราจะเช็คอินเข้าพักที่โรงแรมโกลเดนแซนด์ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆกับหาดสุขา เป็นอันว่าการท่องเที่ยววันที่ 2 ( 8 มีนาคม 2555) จบลงเพียงเท่านี้

วันที่ 3 ( 9 มีนาคม 2555) ชม พระราชวังเขมรินทร์ และพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ที่กรุงพนมเปญ

กรุงพนมเปญอยู่ห่างจากเมืองสีหนุวิลล์ตามทางรถยนต์ หมายเลข 4 ระยะทางประมาณ 300 กม. ถนนเป็นถนนราดยาง 2 เลน แต่รถบัสพื้นเมืองใช้เวลาวิ่งประมาณ 4 ชม. (วิ่งแบบลมพัดชายเขา)

พนมเปญเป็นเมืองหลวงของกัมพูชา มีประชากรประมาณ 2 ล้านคน ครั้งหนึ่งพนมเปญเคยได้ชื่อว่า ไข่มุกแห่งเอเซีย เมื่อประมาณ ค.ศ. 1920 พร้อมกับเมืองเสียมเรียบที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวของคนในประเทศและต่างประเทศ กรุงพนมเปญยังมีชื่อเสียงในฐานะเมืองที่มีสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมของเขมร และแบบที่ได้รับอิทธิพลจากฝรั่งเศส ผู้คนมีอัธยาศัยดี วันนี้พนมเปญยังคงเป็นเมืองแห่งศูนย์กลางการค้า การเมือง และวัฒนธรรมของเขมร

พระราชวังหลวง เขมรินทร์

ดูรูปแบบสิ่งก่อสร้างโดยรวมแล้วคล้ายกับพระบรมมหาราชวังของไทย บริเวณพระราชวังหลวงเขมรินทร์ มีพื้นที่กว้างพอประมาณ กว่าจะเดินชมได้ทั่วเหนื่อยเหมือนกัน เพราะวันนี้อากาศร้อนอบอ้าวมาก

พิพธภัณฑ์สถานแห่งชาติ(กัมพูชา)

ภายในพิพิธภัณฑ์จะมีรูปแกะสลักด้วยหินทราย เป็นเศียรพระพุทธรูปและเทวรูปค่อนข้างมาก นอกจากนี้ยังมีสิ่งของศิลปะวัตถุอันล้ำค่า มีอายุประมาณ 1500 ปี ลงมาถึงอายุ 800 ปีเป็นศิลปสมัยบายน ในประวัติศาสตร์ของเขมรตั้งแสดงอยู่พอสมควร มีนักท่องเที่ยวเข้ามาชมค่อนข้างบางตา อากาศในพิพิธภัณฑ์ค่อนข้างร้อนอบอ้าว เพราะไม่มีเครื่องปรับอากาศ

หลังจากเที่ยวชมพระราชวังหลวงเขมรินทร์และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติกัมพูชาแล้ว ไกด์ยังนำชมบริเวณใกล้เคึยงอีกคือ วัดพนม อันเป็นที่มาของชื่อ พนมเปญ

คุกโตลสะแลง และทุ่งสังหาร (Killing Field) อันมีชื่อเสียงทั่วโลก

ใครมาเที่ยวเขมรต้องไม่พลาดชม คุกโตลสะแลง และทุ่งสังหาร ซึ่งเป็นสถานที่กักขังทรมานชาวเขมร และทุ่งที่ฝังศพชาวเขมรเกือบ 2 ล้านคน ในสมัยทรราชย์เขมรที่ชื่อ พลพต นับเป็นหน้าประวัติศาสตร์ที่เจ็บปวดของชาวเขมร ยากที่จะลืมเลือนได้

เมื่อเดินผ่านประตูทางเข้าคุกโตลสะแลง (เดิมเป็นโรงเรียน) จะเห็นแผ่นป้าย 2 ชิ้น ตั้งตระหง่านอยู่ข้างหน้า อธิบายถึงความเป็นมาของคุกบันลือโลกแห่งนี้

ไกด์เขมรอธิบายให้ฟังว่าอาคารโรงเรียนแห่งนี้มีสามชั้น ถูกดัดแปลงโดยใช้ห้องเรียนเป็นสถานที่คุมขังและทรมานนักโทษ(ชาวบ้านธรรมดาที่ถูกทหารจับมา) แต่ละห้องจะมีอุปกรณ์ทรมานแตกต่างกันไป เช่นห้องนี้จะมีเตียงเหล็กทรมาน ฯลฯ

เมื่อนักโทษตายแล้วจะนำไปฝังที่ทุ่งนาห่างจากพนมเปญประมาณ 10 กว่า กม. มีจำนวนหลายสิบแห่งใกล้ๆกัน เรียกว่า ทุ่งสังหาร ชาวต่างชาติจะรู้จักในชื่อ Killing Field และเคยนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ฉายทั่วโลก

ด้านหน้าอาคาร(คุก)ยังมีอุปกรณ์ทรมานอีกแบบหนึ่งคือ มีตุ่มใส่น้ำสามใบ และมีคานไม้อยู่ข้างๆพร้อมรอก สำหรับชักนักโทษขึ้นไปแล้วเอาหัวจุ่มลงในตุ่มน้ำ จนกว่านักโทษจะสำลักน้ำตาย

แผ่นป้ายอธิบายถึงวิธีการทรมานนักโทษโดยละเอียดว่าทำอย่างไร

ในอาคารคุกนี้ยังมีภาพจัดแสดงเป็นนิทรรศการว่า บรรดาชาวบ้านที่ถูกจับมาเป็นนักโทษ จะมีขั้นตอนการทรมานอย่างไร ภาพนักโทษไม่ว่าชายหญิงจะถูกกวาดต้อนไปทำงานในไร่นาอย่างไร

นอกจากนี้ยังมีรูปนักโทษที่ถูกทรมานจนตาย ก่อนตายก็ถ่ายรูปไว้จำนวนหลายหมื่นรูป รูปเหล่านี้ยังมีประโยชน์หลังจากยุคทรราชย์ผ่านพ้นไป บรรดาญาติพี่น้องที่ยังมีชีวิตอยู่ก็พากันมาดูญาติพี่น้องที่หายสาบสูญไปว่ามีรูปอยู่หรือไม่ ถ้ามีก็แสดงว่าถูกทรมานตายแล้ว

ทุ่งสังหาร

ซุ้มประตูทางเข้าทุ่งสังหารแห่งหนึ่ง

ด้านหน้ามีแผ่นป้ายแสดงแผนผังทุ่งสังหาร

อาคารเก็บกระโหลกผู้ตายที่ถูกฝังที่นี่ เรียงซ้อนกันจำนวนมากมาย

บริเวณทุ่งสังหารที่ฝังศพนักโทษ จำนวนมากมายหลายร้อยหลุม ฝังหลุมละเป็นร้อยศพ

ต้นไม้ต้นนี้มีป้ายบอกว่าเป็นที่เด็กและทารกถูกจับขาฟาดกับต้นไม้ ตายแล้วโยนลงหลุมข้างๆหลุมนี้มีป้ายแจ้งว่ามีศพฝังอยู่จำนวน 575 ศพ

ข้อสังเกตุจากการมาชมทุ่งสังหารนี้ ทำให้คิดว่าคนเราไม่น่าจะตายเพราะถูกฆ่าตายเป็นจำนวนมากมายเกือบ 2 ล้านคน สาเหตุเพราะแนวคิดทางการเมืองที่แตกต่างกันนั่นเอง ทำให้คนชาติพันธ์เดียวกันสามารถฆ่ากันได้อย่างเหี้ยมโหดเลือดเย็นทีเดียว

โปรดติดตามอ่านตอนต่อไปครับ สวัสดี

 

ใส่ความเห็น

Filed under ท่องเที่ยว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s