เยือนขะแมร์ แลเขมร (4)

ตอนนี้น่าจะเป็นตอนสุดท้ายของการไปเที่ยวเขมรครับ เป็นตอนเกี่ยวกับอาหารการกิน

ในการท่องเที่ยวไม่ว่าจะไปแบบส่วนตัว แบบหมู่คณะ (ยกเว้นทัวร์ฉิ่งฉับ) จะท่องเที่ยวในประเทศหรือต่างประเทศ
ปัจจัยหลักๆที่สำคัญน่าจะมีอยู่ 4 อย่างคือ การเดินทาง (รวมทั้งความปลอดภัย) ที่พัก ที่เที่ยว และที่กิน

ซึ่งการท่องเที่ยวแบบคาราวานสัญจร ครั้งที่ 6 “เยือนขะแมร์ แลเขมร” จำนวน 5 วัน 4 คืน ก็มีปัจจัยดังกล่าวครบถ้วน และผมเขียนให้ท่านอ่านไปแล้ว 3 ตอนคือ การเดินทาง ที่พัก ที่เที่ยว และตอนสุดท้ายนี้คือที่กิน

เอาละครับ ที่กินเราจะเริ่มกันตั้งแต่วันแรกของการเดินทางเลยคือ วันที่ 7 มีนาคม 2555 เราออกเดินทางจากจุดนัดพบที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต บางกรวย เวลาประมาณ 05.30 น. มุ่งหน้าไปหาอาหารเช้ากินที่ โรงแรมแกรนด์ รอยัล พลาซ่า ฉะเชิงเทรา

โรงแรมแกรนด์ รอยัล พลาซ่า ได้จัดอาหารเช้าให้คณะฯเรา เป็นแบบบุปเฟ่ต์ ตามสไตล์ของโรงแรมต่างจังหวัดทั่วไปคือ ข้าวต้ม กับข้าวจำนวน 4-5 อย่าง ใครเป็นคอกาแฟก็มีกาแฟที่ชงใส่โถแก้วไว้นานแล้ว ตั้งบนเตาไฟฟ้าอุ่นมานานจนรสกาแฟเริ่มเปรี้ยว ชาลิปตันแบบที่หาซื้อได้ตามร้านชำทั่วไป ขนมปัง ใส้กรอก หมูแฮม ไข่ดาวที่ทอดไว้นานไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง เท่านี้ท่านก็คงพอทายได้ว่ารสชาดอาหารเช้ามื้อนี้จะเป็นอย่างไร

เผอิญผมโชคดีที่เป็นคนไม่พิถีพิถันวุ่นวายอะไรนักกับอาหารมื้อเช้า

จึงพอจะเอาตัวรอดไปได้อย่างทุลักทุเลพอสมควรกับรสชาดกาแฟที่ต้มแล้วใส่โถแก้วอุ่นบนเตาไฟฟ้ามานานนับชั่วโมง

เมื่อเสร็จสิ้นกับอาหารเช้าที่โรงแรมนี้แล้ว ล้อรถบัสอันทันมัยจำนวน 3 คันก็เริ่มหมุนนำคณะฯเราออกเดินทางต่อไป จุดหมายต่อไปคือจันทบุรี คณะฯเราจะรับประทานอาหารกลางวันที่ร้าน ปูจ๋า ท่าแฉลบ

พูดถึงชื่อร้านอาหาร “ปูจ๋า” ท่าแฉลบ แล้ว คิดว่าไม่เป็นรองใครในภาคตะวันออกของไทย เป็นร้านอาหารตามสั่งประเภทซีฟูด อาหารหน้าตาน่ากิน กินอาหารที่ร้านนี้ถือว่าเป็นการชดเชยอาหารเช้าที่โรงแรมแกรนด์ รอยัล พลาซ่า ได้ทีเดียว

คณะคาราวานสัญจรทริปนี้มีจำนวนร้อยกว่าคนเล็กน้อย ไกด์จึงจัดที่นั่งเป็นกลุ่มดังนี้ กลุ่ม(โต๊ะ)ละ 10 คน จำนวน 8 กลุ่ม กลุ่มที่มาด้วยกันกลุ่มละ 8 คน 2 กลุ่ม ผมและครอบครัวไปกัน 4 คน ต้องมีคนอื่นมาร่วมด้วย 4 คน เป็นกลุ่ม 8 คน อีกกลุ่มหนึ่ง และคณะฯเราจะนั่งทานอาหารกันตามกลุ่มที่จัดไว้นี้ทุกมื้อ ยกเว้นกินอาหารบุปเฟ่ต์ที่ร้านจัดโต๊ะให้ โต๊ะละ 20-30 คน ก็ว่ากันไป

หน้าตาของอาหารที่ทางร้านจัดเตรียมไว้ให้ เป็นอาหารแบบเซ็ทเมนู

สังเกตุว่าคณะฯเราเจริญอาหารกันมากมื้อนี้ ชำเลืองไปดูโต๊ะข้างๆอาหารไม่มีเหลือในจานเลย

เมื่ออิ่มอร่อยกับอาหารมื้อกลางวันนี้แล้ว คณะฯเราก็เดินดูอะไรต่อมิอะไรที่ทางร้านจัดมาจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยว ถือเป็นการย่อยอาหารไปในตัว

ที่ร้านนี้มีไอสครีมแท่งขายด้วย แท่งละ 5 บาท มีผู้อุดหนุนกันคับคั่ง รสชาดอร่อยดีเหมือนกัน เป็นการล้างปากจากอาหารคาว หลังจากที่กินผลไม้บนโต๊ะอาหารล้างปากมาแล้ว

พูดถึงผลไม้ที่กินหลังอาหารทุกมื้อ น่าแปลกใจที่ตลอดระยะการเดินทาง 5 วัน กินอาหารหลายร้านในประเทศเขมร ผลไม่ที่เราเจอทุกมื้อคือ แตงโม สัปรด แก้วมังกร ไม่ว่าร้านอาหารนั้นหรือโรงแรมนั้นจะอยู่เมืองไหนของเขมร เราแปลกใจว่าทำไมเขาไม่เอาผลไม้พื้นเมืองของแต่ละเมืองมาให้เรากิน หรือคิดว่าคนไทยชอบกินผลไม้ตามที่กล่าวมา

จากมื้อกลางวันที่ร้านอาหาร “ปูจ๋า” ท่าแฉลบ แล้ว มื้อต่อไปคือมื้อเย็น ตามกำหนดการคณะฯเราจะกินมื้อเย็นที่ห้องอาหารโรงแรมที่พักคือ โรงแรมเกาะกง อินเตอร์เนชั่นแนล รสชาดอาหารจะเป็นอย่างไร เย็นนี้คอยพิสูจน์กัน

มุมหนึ่งของห้องอาหารที่โรงแรมเกาะกง อินเตอร์เนชั่นแนล อาหารเย็นนี้เป็นอาหารบุปเฟ่ต์ มีอาหารหลากหลายพอสมควร อาหารส่วนใหญ่ปรุงจากผักต่างๆ และอาหารบุปเฟ่ต์ตามโรงแรมที่เราพักก็จะมีอาหารคล้ายคลึงกันแบบนี้

ถามว่ารสชาดเป็นอย่างไร ตอบตรงๆว่าก็พอกินได้ แต่จะให้ถูกปากคนไทยนั้นคงยากนะ

อาหารการกินตลอดระยะการเดินทางท่องเที่ยวในเขมรนั้น ไกด์ได้จัดให้กินตามภัตตาคารที่มีชื่อเสียงของเขมรสลับกันบ้าง ขืนกินแต่ที่โรงแรมที่พักคงเอียนแน่ๆ

ภัตตาคารที่คณะฯเราไปกินนั้น เป็นภัตตาคารที่มีชื่อเสียงของชาวเขมร ชื่อคล้ายๆกันคือ โตนเลจตุมุก โตนเลแม่โขง โตนเลสาบ ทั้งสามแห่งเจ้าของเดียวกัน ซึ่งเป็นนักธุรกิจระดับแถวหน้าของเขมร

แผ่นป้ายภัตตาคารแห่งหนึ่งที่คณะฯเราไปกินตั้งอยู่ที่เมืองสีหนุวิลล์

ภัตตาคารโตนเลจตุมุก เมืองพนมเปญ

ภัตตาคารโตนเลแม่โขง

ภัตตาคารตามที่กล่าวมานี้ส่วนใหญ่จะมีรูปแบบที่เหมือนกัน เช่นเมนูอาหารแบบบุปเฟ่ต์ การจัดวางอาหาร ที่พิเศษคือจะมีอาหารสามชาติ ได้แก่อาหารเขมร อาหารเวียตนาม และอาหารจีน ส่วนรสชาดอาหารนั้นไม่เหมือนต้นตำรับของแต่ละชาติเลย

ส่วนสถานที่นั้นค่อนข้างโอ่โถง กว้างขวาง มีเครื่องปรับอากาศเย็นสบาย

สำหรับพนักงานบริการนั้นก็มีเครื่องแบบสะอาดสะอ้าน สวยงาม การบริการนั้น ฟันธงได้เลยว่าแพ้คนไทยแน่นอน

ภัตตาคารเหล่านี้ลูกค้าส่วนใหญ่น่าจะเป็นนักท่องเที่ยว เพราะเท่าที่สังเกตุดูเป็นนักท่องเที่ยวมากันหลายกรุ๊ป รถบัสจอดกันเรียงรายเต็มไปหมด

ถ้าจะพูดไปผมก็ยังคิดว่าเมืองไทยเราเรื่องอาหารการกินไม่ด้อยกว่าชาติใดในเอเซีย เรามีอาหารสารพัดชนิด รสชาดอาหาร การบริการ และสถานที่ร้านอาหาร

ส่วนอาหารในโรงแรมชั้นหนึ่งของไทยนั้น เราสู้ได้ทุกชาติในเอเซีย

อาหารมื้อเย็นก่อนที่จะเดินทางกลับไทยในวันรุ่งขึ้น บริษัท โชคทวีทัวร์ จำกัดผู้จัดคาราวานสัญจรทริปนี้ ได้กรุณาจัดงานปาร์ตี้เป็นพิเศษที่โรงแรม STAWY ANGKOR ตั้งอยู้ที่กลางเมืองเสียมเรียบ โรงแรมที่พักแห่งนี้นับว่าเป็นโรงแรมที่ค่อนข้างดี เทียบกับโรงแรมที่พักมาทั้งหมด

ห้องอาหารกว้างขวาง อาหารเย็นจัดเป็นแบบบุปเฟ่ต์มีจำนวนมากมาย พนักงานนำอาหารมาเสริมอยู่ตลอดเวลาไม่มีพร่องเลย

ความจริงมื้อเย็นนี้ยังไม่ใช่อาหารมื้อสุดท้าย เพราะวันพรุ่งนี้คณะฯเราเดินทางกลับไทย เรายังมีอาหารอีกสองมือคือ มื้อกลางวันในเขมร และมื้อเย็น(สุดท้าย)ที่ห้องอาหารสะเบียง สระแก้ว จากนี้ก็นอนพักผ่อนบนรถบัสจนกว่าจะถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

ก่อนจะจบข้อเขียนทริปทัวร์ “คาราวานสัญจรครั้งที่ 6” จัดโดย โชคทวีทัวร์ ขอขอบคุณทีมงานไกด์ทุกคนที่พาเราไปเที่ยวอย่างสนุกสาน เป็นกันเอง ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับคณะฯเราอย่างอบอุ่น ด้วยไมตรีจิตมิตรภาพที่ดี

หวังว่าโอกาสหน้าผมและครอบครัวคงมีโอกาสไปเที่ยวกับ “โชคทวีทัวร์” อีก และตลอดไป เหมือนที่เคยไปเที่ยวกับโชคทวีทัวร์มาหลายทริปแล้ว

สำหรับท่านที่สนใจจะไปเที่ยวแบบสบายๆมีความสุข ปลอดภัยไร้กังวล เหมือนกับสโลแกนของบริษัทที่ว่า

“คิดจะเที่ยว คิดถึงโชคทวีทัวร์”

http://www.choktaweetour.com

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจากเอกสารนำเที่ยว “โชคทวีทัวร์”

ใส่ความเห็น

Filed under ท่องเที่ยว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s