เมื่อเป็นประชาสัมพันธ์โรงแรม (2)

ข้อเขียนเรื่องนี้เขียนตอนที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2013 แล้วลืมไปเลย ไม่ได้มาเขียนต่อ นับเป็นข้อเขียนที่ทิ้งระยะยาวนานมาก จากตอนที่ 1 มาเขียนตอนที่ 2 นานถึง 4 ปี เพราะปีที่เขียนตอนนี้คือปี 2017

โรงแรมชวลิตที่ผมทำงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการประชาสัมพันธ์เมื่อ พ.ศ. 2515 นั้น ความจริงเป็นโรงแรมขนาดเล็ก เพราะมีห้องพักจำนวน(ประมาณไม่เกิน) 200 ห้องเท่านั้น แต่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไปไม่แพ้โรงแรมขนาดใหญ่ในสมัยนั้น เช่น โรงแรมเอราวัณ (ยุคเก่า) โรงแรมอินเตอร์คอนติเนลตัล (บริเวณสยามพารากอนปัจจุบันนี้) โรงแรมอินทรา ประตูน้ำ โรงแรมแมนดาริน สามย่าน โรงแรมรามาทาวเว่อร์ สีลม เป็นต้น
สาเหตุที่โรงแรมชวลิตเป็นที่รู้จักกันดีนั้น น่าจะมาจากโรงแรมมีห้องอาหารและไนท์คลับที่มีชื่อเสียง เช่น ห้องอาหารจีนชื่อแมนดาริน ค๊อฟฟี่ชอบชื่อห้องอาหารบางกะปิ และไนท์คลับชื่อออสการ์คลับ เป็นต้น และโรงแรมมีกิจกรรมต่างๆมากในแต่ละเดือน เช่น งานจัดเลี้ยงของบุคคลที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น งานกิจกรรมต่างๆเหล่านี้จำเป็นต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและลูกค้าทราบ จึงทำให้การประชาสัมพันธ์ของโรงแรมมีงานไม่ขาดมือในแต่ละเดือน

การทำประชาสัมพันธ์ในสมัยนั้นต้องใช้สื่อหนังสือพิมพ์รายวันเป็นหลัก เพราะสื่อหลักๆในสมัยนั้นนอกจากสื่อสิ่งพิมพ์แล้ว ก็มีสื่อวิทยุ สื่อโทรทัศน์ สำหรับสื่ออื่นๆแทบจะไม่มีอะไรที่น่าสนใจ สื่อสิ่งพิมพ์เป็นสื่อที่บรรดานักประชาสัมพันธ์ทุกสาขาธุรกิจที่มีการประชาสัมพันธ์นิยมใช้เป็นหลัก เพราะเข้าถึงได้ง่ายสามารถฝากข่าวการประชาสัมพันธ์ได้ แตกต่างจากสื่อวิทยุและสื่อโทรทัศน์ที่เข้าถึงได้ยาก ไม่สามารถฝากข่าวประชาสัมพันธ์ได้ง่ายๆ บางครั้งต้องมีค่าใช้จ่ายซึ่งองค์กรธุรกิจสมัยนั้นไม่มีงบประมาณให้นักประชาสัมพันธ์
สื่อสิ่งพิมพ์สมัยนั้นนอกจากมีหนังสือพิมพ์รายวัน (จำนวนประมาณไม่เกิน 10 ฉบับ) ก็มีนิตยสารรายสัปดาห์และรายเดือน แต่ที่นิยมใช้ประชาสัมพันธ์มากก็คือหนังสือพิมพ์รายวัน เช่น ไทยรัฐ เดลินิวส์ บ้านเมือง แนวหน้า สยามรัฐ เดลิมิเร่อร์ เดลิไทม์ เสียงปวงชน เป็นต้น นอกจากนี้ก็มีภาษาจีน 2-3 ฉบับ คือ ซินเสียนเยอะเป้า สากล ภาษาอังกฤษมีเพียง 2 ฉบับคือ Bangkok Post และ The Nation นักประชาสัมพันธ์ทุกองค์กรธุรกิจต้องทำความรู้จักกับนักหนังสือพิมพ์หรือคอลัมนิสต์ต่างๆของหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับเป็นอย่างดี เพื่อประโยชน์ในการฝากข่าวประชาสัมพันธ์ลงในคอลัมน์ต่างๆ เช่น คอลัมน์สังคม คอลัมน์ธุรกิจ คอลัมน์บันเทิง คอลัมน์การศึกษา คอลัมน์ข่าวกีฬา เป็นต้น

นักประชาสัมพันธ์ที่จะประสบความสำเร็จในการทำประชาสัมพันธ์สมัยนั้น นอกจากจะต้องมีความรู้ในด้านการประชาสัมพันธ์เป็นพื้นฐานแล้ว ยังจะต้องมีมนุษยสัมพันธ์เป็นอย่างดีกับสื่อมวลชนในสมัยนั้นด้วย มีข้อมูลในการทำประชาสัมพันธ์ เช่น รู้ว่าใครใช้นามปากกาว่าอะไร ควบคุมคอลัมน์อะไรในหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับ เพราะสมัยนั้นนักหนังสือพิมพ์นิยมใช้นามแฝงหรือนามปากกา และไม่นิยมให้นักประชาสัมพันธ์ส่งข่าวถึงตนด้วยนามแฝง ถือว่าไม่รู้จักเขาจริง ข้อมูลที่ลึกลงไปอีกคือ ต้องรู้วันถือกำเนิดของหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับ และวันเกิดของคอลัมนิสต์แต่ละคน เพื่อจะได้นำของขวัญไปมอบแสดงความยินดี ข้อมูลอื่นๆคือต้องรู้ว่านักหนังสือพิมพ์คนไหนย้ายไปอยู่ที่ไหน เพราะสมัยนั้นนักหนังสือพิมพ์ย้ายงานบ่อยมาก

นักประชาสัมพันธ์ที่ฉลาดจะต้องไม่แบ่งแยกคบหากับนักหนังสือพิมพ์ฉบับใหญ่ๆเท่านั้น ไม่สนใจนักหนังสือพิมพ์ฉบับเล็ก เพราะไม่มีอะไรแน่นอนว่าวันหนึ่งนักหนังสือพิมพ์ฉบับเล็กอาจจะไปอยู่ฉบับใหญ่ก็ได้ ผู้เขียนเคยได้รับคำแนะนำจากคอลัมนิสต์ท่านหนึ่งว่า อย่าไปดูถูกหรือไม่สนใจนักหนังสือพิมพ์ที่ตกงาน ควรจะต้อนรับเขาตามปกติและให้เกียรติเขาตามเดิม เขาจะประทับใจในตัวเรา วันหนึ่งเมื่อเขามีงานทำอีก ข่าวของเราจะได้รับการตีพิมพ์ประชาสัมพันธ์เป็นข่าวแรก ผู้เขียนจำคำแนะนำนี้ไว้โดยไม่ลืมเลือนเลย เพราะปรากฏว่ามีนักประชาสัมพันธ์บางคนตกม้าตายด้วยเหตุนี้มาแล้ว

Advertisements

ใส่ความเห็น

Filed under การประชาสัมพันธ์, คิดไปเขียนไป, ไม่มีหมวดหมู่

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s