Category Archives: โรงแรมและรีสอร์ท

เมื่อเป็นประชาสัมพันธ์โรงแรม (5)

ผมเขียนเรื่องเกี่ยวกับประชาสัมพันธ์โรงแรมมา 4 ตอน คิดว่าจะจบลงเพียงเท่านั้น แต่มาฉุกคิดว่าโรงแรมที่ผมเขียนคือ โรงแรมชวลิต สุขุมวิท นั้น เป็นโรงแรมที่มีต้นทุนด้านความมีชื่อเสียงมาก่อน ตั้งแต่สมัยเจ้ากอแก้ว ประกายกาวิล และคุณกิ่งดาว ดารณี เป็นประชาสัมพันธ์ ผมเพียงมาต่อยอดความมีชื่อเสียงของโรงแรมให้ดังต่อไปอีกระดับหนึ่งเท่านั้น

ฉะนั้นจึงควรจะเขียนถึงโรงแรมที่ผมเป็นผู้ทำประชาสัมพันธ์ให้ จากศูนย์จนถึงระดับมีชื่อเสียงที่คนทั่วไปรู้จักกันดี นั่นก็คือ โรงแรมปอยหลวง เชียงใหม่ ที่วันนี้กลายเป็นตำนานไปแล้ว และผมยังจำได้ว่าเคยเขียนถึงโรงแรมปอยหลวง ในห้องมองอดีต บล็อกกระท่อมหนุ่มร้อยปี ซึ่งมีผู้อ่านจำนวนหนึ่งให้ความสนใจและเข้าไปคอมเมนต์กันหลายราย ขอลิงค์มาให้อ่านกันที่นี่อีกครั้งครับ
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=century&month=09-2008&date=09&group=4&gblog=28
การทำประชาสัมพันธ์โรงแรมปอยหลวงของผมในสมัยนั้น (พ.ศ. 2520) เป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายมาก เพราะต้องประชาสัมพันธ์ให้ผู้คนสมัยนั้นรู้จักว่า โรงแรมปอยหลวงอยู่ที่ไหน มีจุดดีและเด่นอย่างไร และมีความเป็นมาอย่างไร ฯลฯ
สื่อสำหรับการประชาสัมพันธ์สมัยนั้นก็มีเพียงสื่อหลักเป็นหนังสือพิมพ์รายวันทั้งในส่วนกลางที่กรุงเทพ และหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นมีอยู่สองฉบับคือ ระมิงค์ และ ไทยนิวส์ ของบรรจบ ลิ้มจรูญ

ผมปูพื้นข่าวประชาสัมพันธ์ด้วยการแนะนำโรงแรมที่จะสร้างขึ้นมาใหม่ จุดเด่นและสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับโรงแรมใหม่ ความเป็นมาของชื่อและโลโก้ของโรงแรม แนะนำผู้บริหารฝ่ายต่างๆของโรงแรม ฯลฯ ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากสื่อหนังสือพิมพ์รายวันทั้งในส่วนกลางและท้องถิ่นเป็นอย่างดียิ่ง ข่าวการประชาสัมพันธ์ได้รับการตีพิมพ์อย่างพร้อมเพรียงทุกฉบับ นับเป็นโรงแรมต่างจังหวัดแห่งเดียวในสมัยนั้นที่ผู้คนทั่วประเทศรู้จักก่อนเปิดดำเนินกิจการ ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าเพราะผมมีต้นทุนสูงในการเป็นที่รู้จักของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับเป็นอย่างดี ข่าวการประชาสัมพันธ์ของผมจึงได้รับการเผยแพร่เป็นอย่างดียิ่ง

ใส่ความเห็น

Filed under การประชาสัมพันธ์, โรงแรมและรีสอร์ท, ไม่มีหมวดหมู่

เมื่อเป็นประชาสัมพันธ์โรงแรม (4)

กิจวัตรประจำวันของประชาสัมพันธ์โรงแรมสมัยนั้น (ประมาณ พ.ศ. 2515-2520) น่าจะเหมือนๆกันคือตอนเช้าเข้าทำงานประมาณเวลา 10.00 น.และเลิกงานเวลาประมาณ 18.00 น.หรือดึกกว่านี้ หากมีงานที่ต้องดูแล เช่นงานจัดเลี้ยงต่างๆ งานแรกของวันคืออ่านและตรวจข่าวจากหนังสือพิมพ์รายวันทุกฉบับในสมัยนั้น (ประมาณไม่เกิน 10 ฉบับ) นิตยสารรายสัปดาห์บางฉบับหรือรายเดือนบางฉบับ (หากมี)

เมื่อพบข่าวของโรงแรมที่ตนส่งไปหรือข่าวของโรงแรมอื่นๆ ก็จะตัดข่าวเก็บไว้ กิจกรรมนี้นักประชาสัมพันธ์เรียกว่า Press Cliping เป็นหัวข้อวิชาการประชาสัมพันธ์หัวข้อหนึ่ง คนที่ทำกิจกรรมนี้จะต้องมีศาสตร์และศิลป์ในการทำ เสร็จแล้วเข้าแฟ้มเอกสารส่งไปให้ผู้บังคับบัญชาดู ถือเป็นผลงานสำคัญของประชาสัมพันธ์ บางโรงแรมอาจจะต้องส่งไปให้เจ้าของโรงแรมดูด้วย เช่นผมทำงานที่โรงแรมชวลิต (ปัจจุบันคือโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ สุขุมวิท) ต้องส่งข่าวให้คุณชวลิต ทั่งสัมพันธ์ เจ้าของโรงแรมดูด้วย นอกจากนี้อาจจะต้องเป็นตัวแทนของโรงแรมไปร่วมงานภายนอกด้วย

การประเมินผลงานของประชาสัมพันธ์สามารถประเมินออกมาเป็นมูลค่าจำนวนเงินได้คือ ตามปกติทั่วไปการลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ต้องมีค่าใช้จ่าย หนังสือพิมพ์ต่างๆจะคิดค่าโฆษณาเป็นอัตราคอลัมน์/นิ้ว คือความกว้างคูณความยาวของเนื้อที่ที่ลงโฆษณา แต่การลงข่าวหรือภาพเพื่อประชาสัมพันธ์ของโรงแรมไม่เสียค่าใช้จ่าย เรียกว่าลงฟรีนั่นแหละ เมื่อครบเดือนประชาสัมพันธ์ก็จะคำนวณเนื้อที่ข่าวประชาสัมพันธ์แล้วคิดออกมาเป็นค่าโฆษณา ส่งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

ภารกิจอื่นๆของประชาสัมพันธ์ยังมีอีกหลายอย่างคือ จะได้รับตารางการจัดงานของโรงแรมจากฝ่ายจัดเลี้ยง แล้วตรวจดูว่ามีงานเลี้ยงของใครสมควรจะจัดทำประชาสัมพันธ์ให้ เตรียมกล้องถ่ายรูปเพื่อถ่ายงานจัดเลี้ยง สมัยนั้นยังไม่มีกล้องดิจิตัล ต้องใช้กล้องฟีล์มถ่ายเป็นภาพขาวดำ ภาพที่นิยมส่งไปเพื่อการประชาสัมพันธ์มีขนาด 8 คูณ 10 นิ้ว ทางหนังสือพิมพ์เขาจะมีเจ้าหน้าที่ย่อหรือขยายภาพตามที่ต้องการ สำหรับเนื้อข่าวสารควรจะพิมพ์บนกระดาษสำหรับส่งข่าว ที่เรียกว่า Press Release มีตราหรือโลโก้ของหน่วยงานสวยงาม พิมพ์อย่างถูกต้อง ไม่มีขีด ขูดลบแต่อย่างใด

มีทริคในการส่งภาพเพื่อการประชาสัมพันธ์หลายอย่าง เช่น มุมภาพที่สวยงาม ภาพสวยงามคมชัด การอธิบายประกอบภาพ เรื่องนี้หนังสือพิมพ์แต่ละฉบับจะมีความเข้มงวดในการพิจารณาภาพไม่เหมือนกัน เช่น หนังสือพิมพ์ The Bangkok Post จะมีความเข้มงวดมาก ต้องแจ้งชื่อบุคคลในภาพให้ครบ ชื่อ ยศ ตำแหน่ง ใครเป็นใครในภาพจะเรียงจากซ้ายไปขวาหรือขวาไปซ้ายก็ตามที หากประชาสัมพันธ์ทำงานแบบลวกๆ แจ้งชื่อบุคคลในภาพผิด ต่อไปภาพเพื่อประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานนั้นๆ จะถูกลงตระกร้าแทน หมดอนาคตไปเลย

บริษัทประชาสัมพันธ์ที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้นคือ Pressco เคยให้คำแนะนำแก่นักประชาสัมพันธ์ว่า ประชาสัมพันธ์ที่ดีไม่ควรจะส่งเฉพาะข่าวหรือภาพเพื่อการประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานเท่านั้น หากมีข้อมูลข่าวสารอะไรที่น่าสนใจมีประโยชน์ ควรจะส่งให้หนังสือพิมพ์ด้วย เพื่อหนังสือพิมพ์จะได้นำไปใช้ประโยชน์ในการเผยแพร่ข่าวสารต่อไป

มีทริคอีกอย่างหนึ่งที่ประชาสัมพันธ์ไม่ควรละเลยคือความรวดเร็วในการส่งข่าวไปยังหนังสือพิมพ์ หากเป็นไปได้ไม่ควรส่งทางไปรษณีย์ เพราะอาจจะหายหรือล่าช้า สมัยนั้นแต่ละหน่วยงานมักจะมีคนส่งเอกสารอยู่แล้ว

ใส่ความเห็น

Filed under การประชาสัมพันธ์, โรงแรมและรีสอร์ท

เมื่อต้องย้ายที่พักหนีน้ำท่วม (1)

ผมนึกไม่ถึงว่าตัวเองจะต้องอพยพออกจากบ้านหนีน้ำท่วมเหมือนคนอื่นๆ ตามที่เห็นในภาพข่าว ทีวี ทุกช่อง ทุกวัน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณสัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เมื่อน้องน้ำได้ถือโอกาสบุกรุกเข้าไปในบ้านผมโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่ได้เข้าบ้านทางประตูด้วยนะครับ เธอมุดเข้าไปใต้พื้นบ้านตามรอยร้าวที่อาจจะมี แล้วโผล่ขึ้นมาตามรอยต่อระหว่างฝาห้องและพื้น และตามรอยรอบๆค้นเสาในบ้าน ครั้งแรกภรรยาของผมเธอไม่ยอมพยายามวิดน้ำออกทิ้ง แต่วิดเท่าไรนานเป็นชั่วโมงก็ไม่สามารถจะเอาชนะน้องน้ำได้ จึงต้องยอมแพ้โดยปริยาย ภายในเวลาประมาณสองชั่วโมงน้องน้ำก็ท่วมพื้นบ้านประมาณ 10-20 ซม. และมีทีท่าจะท่วมขึ้นมาเรื่อยๆ ผมและภรรยาพร้อมด้วยลูกชายคนโตรวมสามคน จึงตัดสินใจขนเข้าของที่จำเป็นย้ายออกจากบ้านด้วยประการ ฉะนี้

ที่พักพิงแห่งแรกที่ตั้งใจจะไปพักอาศัยเป็นการชั่วคราวคือ โรงเรียนชัยพิทยพัฒน์ ของมูลนิธิชัยพัฒนา เพชรเกษมซอย 4 (ซอยวัดสังข์กระจาย) ตอนออกจากบ้านมาที่ถนนหน้าบ้าน น้ำท่วมสูงประมาณ 50 ซม. ขอยืมเรือไฟเบอร์กลาสข้างบ้านมาบรรทุกกระเป๋าเสื้อผ้าสามใบและสุนัขหนึ่งตัว(ของลูกชายคนโต) เดินลุยน้ำลากเรือออกมาที่ถนนเพชรเกษมปากซอย 62/3 ระยะทางประมาณ 200-300 เมตร แต่ใช้เวลาเป็นสามเท่าของการเดินที่ไม่ต้องลุยน้ำ เหตุการณ์ตอนนี้เหมือนกับผู้คนที่เขาอพยพหนีน้ำตามที่เห็นในภาพข่าว ทีวี นั่นแหละ ทันสมัยดีจัง

ถนนเพชรเกษมตอนหน้าตลาดบางแคน้ำท่วมสูงประมาณ 50-60 ซม. มีแต่รถใหญ่เท่านั้นที่วิ่งผ่านไปมานานๆคัน เช่น รถขนขยะของ กทม. แต่ตอนนี้ขนคนแทนยืนกันแน่นกะบะท้ายรถ เมื่อรถวิ่งผ่านไปก็จะมีคลื่นก้อนใหญ่ซัดสาดเข้าริมถนน ดูแล้วเหมือนอยู่ชายหาดไม่ผิด ได้บรรยากาศดีจัง เราสามคนหมายถึงผม ภรรยา และลูกชายก็วิตกว่าเราจะไปที่โรงเรียนได้อย่างไร เพราะเราสามคนไม่เห็นจะมีรถอะไรพอที่เราจะขอโดยสารไปได้ ในความโชคร้ายนี้เราก็มีโชคดีเข้ามาบ้างคือ ตรงที่เรายืนรอรถนั้นอยู่หน้าร้านเจริญพรเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งผมพอจะรู้จักเจ้าของร้านนี้อยู่ เขาก็ถามว่าจะไปไหน ผมตอบว่าจะไปทางสี่แยกท่าพระ เขาก็อนุเคราะห์ให้ผมและภรรยาพร้อมลูกชายไปกับเขา เพราะเขากำลังจะไปส่งญาติของเขาที่สถานีรถไฟฟ้า บีทีเอส วงเวียนใหญ่

เหตุผลที่ภรรยาผมมาพักพิงที่โรงเรียนชัยพิทยพัฒน์ เพราะภรรยาผมเธอเป็นผู้อำนวยการที่โรงเรียนนี้ วันสองวันแรกที่มาพักที่โรงเรียนนี้ ก็มีความสะดวกสบายตามอัตถภาพ วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม 2554 ได้รับโทรศัพท์จากลูกชายคนสุดท้องคือ อวิรุทธ์ ศรีสมบูรณ์ ซึ่งเป็นนักธุรกิจรับตกแุ่ต่งอาคารสถานที่และรับเหมาก่อสร้างด้วย โดยมีบริษัทของตนเองชื่อ บริษัท สหัสวรรษพร็อบเพอร์ตี้ แอนด์ ดีไซด์ จำกัด แนะนำให้ไปพักที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งที่ปราณบุรี ซึ่งเขารับเหมาตกแต่งรีสอร์ทแห่งนี้ให้กับลูกค้า ชื่อ “ปราณธารารีสอร์ท”

 ปราณธารารีสอร์ท เดิมทีเป็นอาคารสองหลังอยู่ในบริเวณเดียวกัน มีพื้นที่พอสมควรด้านหน้าสร้างเป็นสระว่ายน้ำได้หนึ่งสระ มีถนนผ่านด้านหน้าไปยังอุทยานแห่งชาติเขากระโหลก เดินข้ามถนนนี้ไปก็ถึงชายหาดทะเล มีหาดทรายสวยพอสมควรและสามารถลงเล่นน้ำทะเลได้ บริเวณที่ติดกับชายหาดได้ปรับปรุงสถานที่เป็นที่นั่งชมวิวทะเลได้ด้วย

ผมรู้สึกทึ่งกับความสวยงามด้วยฝีมือการตกแต่งระดับมืออาชีพ อาคารหลังแรก(ขวามือ)เป็นที่ทำการของผู้บริหารรีสอร์ทแห่งนี้ ก่อนที่จะถึงตัวอาคารจะมีทางเดินที่ปูด้วยคอนกรีต สลับกับการตกแต่งด้วยการปลูกต้นหนวดปลาดุก และก้อนหินสวยๆสลับกันไป ดูแปลกตาดี ซ้ายมือจะเป็นสวนหย่อมปลูกไม่ยืนต้นและไม้ประดับ ติดกันจะเป็นสระว่ายน้ำที่มีนำพุประดับตกแต่ง เสียงน้ำพุที่ไหลล้นขึ้นมาจะเป็นเสียงที่ให้บรรยากาศเป็นธรรมชาติจริงๆ

ทางเดินจากอาคารหลังแรกไปยังอาคารหลังที่สอง(ซ้ายมือ) จะเป็นการปูด้วยแผ่นคอนกรีตสวยงาม ผ่านสนามหญ้าที่เขียวขจี อาคารรีสอร์ทสองหลังนี้มีห้องพักจำนวน 12 ห้อง อาคารหลังแรกมีห้องพักจำนวน 5 ห้อง ชั้นที่สามเป็นดาดฟ้าสำหรับการจัดงานเลี้ยงได้ด้วย อาคารหลังที่สองมีจำนวนห้องพัก 7 ห้อง แต่ละห้องจะออกแบบตกแต่งที่สวยงามไม่เหมือนกัน

สำหรับวันนี้ผมขอแนะนำภาพรวมของ “ปราณธารารีสอร์ท”เพียงเท่านี้ ตอนต่อไปจะนำภาพห้องพักแต่ละห้องมารีวิวให้ท่านเห็นโดยละเอียด

 มุมหนึ่งของสระว่ายน้ำ ด้านหน้าอาคารหลังที่สอง

 

 

 

 

 

 

 

 พื้นที่ว่างระหว่างอาคารทั้งสองหลัง ตกแต่งด้วยไม่ยืนต้น และประดับด้วยโอ่งน้ำผุดเคลือบลายสวยงาม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดูรูปสวยๆเพียงเท่านี้ก่อนครับ ตอนหน้าจะนำภาพห้องพักสวยๆมาให้ทัศนาอย่างจุใจนะ จะบอกให้

ใส่ความเห็น

Filed under โรงแรมและรีสอร์ท

สมาคมการบริหารโรงแรมไทย มี(เรื่อง)อะไรน่าสนใจ

ในวงการโรงแรมไทย สมาคมเกี่ยวกับโรงแรมที่มีการจัดตั้งมาอย่างยาวนานหลายสิบปีคือ สมาคมโรงแรมไทย และเมื่อ พ.ศ. 2547 ก็มีสมาคมเกี่ยวกับวงการโรงแรมเกิดขึ้นอีกสมาคมคือ สมาคมการบริหารโรงแรมไทย โดยมีกลุ่มคนที่เคยทำงานเกี่ยวกับโรงแรมจัดตั้งขึ้น และนายกสมาคมคนแรกของสมาคมฯนี้คือ คุณกมล รัตนวิระกุล อดีตผู้บริหารระดับสูงเครือโรงแรมดุสิตธานี ผู้บริหารแบรนด์ “ปรินเซส”โรงแรมในเครือดุสิตธานี ที่มีโรงแรมอยู่เกือบทุกภาคของประเทศไทย

คุณกมล รัตนวิระกุล นายกสมาคมฯได้กำหนดจุดยืนหรือวัตถุประสงค์ของสมาคมไว้อย่างชัดเจน ว่าจะเป็นสมาคมที่ให้ความรู้ ประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการ สำหรับเจ้าของโรงแรมและรีสอร์ทขนาดเล็กเท่านั้น เพราะจากประสบการณ์ที่มีเกี่ยว

กับโรงแรมมาอย่างยาวนานนั้น พบว่าโรงแรมขนาดเล็กที่มีจำนวนมากกว่า 4,000 แห่งนั้น มีปัญหาเกี่ยวกับการบริหารจัดการมาก ที่สามารถดำเนินการมาได้นั้น เพราะธุรกิจโรงแรมเป็นธุรกิจที่สองของเจ้าของโรงแรม เจ้าของโรงแรมเหล่านี้ล้วนมีธุกิจหลักของตนเองมาก่อน เช่น เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้จำหน่ายอุปกรณ์การก่อสร้าง เป็นผู้แทนจำหน่ายสินค้าขนาดใหญ่ของท้องถิ่น แม้กระทั่งเป็นพ่อค้าจำหน่ายพลอย (จังหวัดจันทบุรี) ฯลฯ เป็นต้น

ต่อมากิจการโรงแรมได้โอนถ่ายมาให้ลูกหลานเป็นผู้บริหาร บรรดาลูกหลานที่โชคดีได้รับธุรกิจมาบริหาร ก็ล้วนแต่ไม่มีความรู้ด้านการบริหารจัดการโรงแรม แม้ว่าบางคนอาจจะจบการศึกษามาจากต่างประเทศก็ตาม ตรงจุดนี้สมาคมฯเห็นว่าเป็นจังหวะดีที่จะเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการ เพราะธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กที่มีอยู่ทั่วไปทุกจังหวัดในประเทศไทยนั้น เป็นธุรกิจ SMEs เป็นห่วงโซ่ที่สำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย หากบริหารจัดการได้ดีมีมาตรฐานแล้ว ก็จะเป็นสิ่งกระตุ้นให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย มีความเจริญเติบโตก้าวหน้าขึ้น นำเงินตราจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศได้เป็นแสนล้านบาท เป็นรายได้อันดับหนึ่งของประเทศเช่นทุกวันนี้

กลยุทธ์ที่สำคัญของสมาคมฯคือการออกแบบหลักสูตรเกี่ยวกับการบริหารจัดการโรงแรมขนาดเล็ก ที่ยังไม่มีใครทำ เช่นเดียวกับโรงแรมขนาดใหญ่ระดับ 4 หรือ 5 ดาว ที่ได้รับความรู้จากการเข้าร่วมกับเชนบริหารโรงแรมดังๆจากต่างประเทศ หลักสูตรที่สมาคมฯจัดขึ้นเรียกชื่อว่า “การจัดการระดับสูง” หรือ กลยุทธ์การตลาดและการจัดการธุรกิจ สำหรับโรงแรมและรีสอร์ทขนาดเล็ก(AMPX) ในช่วงระยะเวลาที่สมาคมฯจัดมาจำนวน 7 ปีนั้น มีโรงแรมและรีสอร์ทขนาดเล็กทั่วทุกภาคของประเทศ เข้ารับการอบรมหลักสูตรฯนี้แล้วกว่า 200 แห่ง หลักสูตรรุ่นใหม่ที่จะจัดขึ้นในเดือนตุลาคม 2554 นี้ ก็มีผู้สมัครเข้ารับการอบรมเต็มแล้ว

มีคำถามจากผู้ที่สนใจเกี่ยวกับสมาคมฯนี้ถามอยู่เสมอๆว่า ทำไมสมาคมฯจึง(เติบ)โตเร็วอย่างนี้ คำตอบคือสมาคมฯมีจุดยืนที่มั่นคง มีเป้าหมายในการดำเนินงานอย่างชัดเจน หลักสูตรที่จัดอบรมก็สรรหาวิทยากรผู้บรรยายที่มีความรู้ มีประสบการณ์เกี่ยวกับโรงแรมมาอย่างยาวนาน ทุกคำตอบที่ให้กับผู้เข้ารับการอบรมล้วนเป็นของจริง ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง มิใช่ลอกมาจากตำรามาสอนเช่นสถาบันอื่นๆ

ผู้เข้ารับการอบรมแต่ละรุ่นถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึกร่วมกับวิทยากร อ.ภราเดช พยัฆวิเชียร(ที่สองจากซ้ายมือ)และนายกสมาคมฯ (ที่สองจากขวามือ) ปัจจุบันนี้กลุ่มผู้เข้ารับการอบรมฯอาจจะแบ่งออกเป็นสามประเภทคือ กลุ่มที่มีโรงแรมอยู่แล้วและมีปัญหาเกี่ยวกับการบริหารจัดการ

กลุ่มผู้ที่สนใจจะสร้างโรงแรมแต่ไม่มีความรู้ด้านการบริหารจัดการโรงแรม กลุ่มสุดท้ายลงมือสร้างแล้วแต่ยังไม่เสร็จ และไม่ทราบว่าแนวคิดที่กำลังสร้างอยู่นั้นถูกหรือผิด ทราบข่าวจากเพื่อนๆในวงการโรงแรมจึงมาเข้ารับการอบรม

จุดเด่นอีกประการหนึ่งของหลักสูตร “การจัดการระดับสูง” คืออบรมเฉพาะผู้เป็นเจ้าของ(กิจการ)เท่านั้น ผู้ไม่ใช่เจ้าของไม่มีสิทธ์เข้ารับการอบรมหลักสูตรนี้ อบรมเฉพาะวันเสาร์ และวันอาทิตย์ (เวลา 09.00 น.-17.00 น.) ติดต่อกันจำนวน 4 ครั้ง (8 วัน) สถานที่อบรมใช้เฉพาะโรงแรมชั้นหนึ่งระดับ 4-5 ดาว อบรมโรงแรมละวัน ( 8 วัน/8โรงแรม) ก่อนวันสุดท้ายเข้าพักที่โรงแรมที่อบรมฯ เหตุผลที่ใช้โรงชั้นหนึ่งและเปลี่ยนโรงแรม 8 แห่ง ก็เพื่อให้ผู้เข้าอบรมฯได้สัมผัสกับการบริการ อาหารและเครื่องดื่มของโรงแรมแต่ละแห่ง และมีการนำชมห้องพักของแต่ละโรงแรมเพื่อเป็นประสบการณ์ของผู้เข้ารับการอบรมฯ มิใช่ให้นำไปเป็นแบบอย่างโรงแรมของผู้เข้าอบรมฯ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ

โรงแรมแมนดาริน โอเรียลเต็ล ถนนเจริญกรุง หนึ่งในจำนวน 8 โรงแรมที่ใช้ในการอบรมหลักสูตรฯของ
สมาคมฯ

ห้องอาหารไทยของโรงแรม สำหรับรับประทานมื้อกลางวัน

นอกจากหลักสูตรหลักคือ “การจัดการระดับสูง”แล้ว สมาคมฯยังมีหลักสูตรย่อยอีก 2 หลักสูตรคือ หลักสูตร “การบริหารและลดต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับโรงแรมและรีสอร์ท” หรือ Lean Management For Hotel & Resort [ Lean] หลักสูตรนี้อบรมปีละ 1 รุ่น สำหรับปี พ.ศ. 2554 เพิ่งปิดการอบรมรุ่นที่ 2ไปเมือเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมานี้

อีกหลักสูตรคือ “หลักสูตรการบริหารบัญชีและการเงิน” หรือ FACT จัดอบรมปีละ 1 รุ่นเช่นกัน

คำตอบสำหรับคำถามชื่อข้อเขียนนี้ เข้าใจว่าท่านที่อ่านข้อเขียนนี้มาจนถึงบันทัดนี้คงจะได้คำตอบแล้ว ซึ่งผู้เขียนคงไม่มีคำตอบใดๆอีก

ใส่ความเห็น

Filed under โรงแรมและรีสอร์ท