คติพจน์ประจำตัว

image

เมื่อวันที่ผู้เขียนเข้าไปกราบนมัสการลาพระอุปัชฌาย์ หลังจากที่ลาสิกขาและอยู่ที่วัดเดชานุสรณ์ ต่อมาอีก 3 วัน ครบตามประเพณีที่ปฏิบัติกันแล้ว
ผู้เขียนขอพรจากพระอุปัชฌาย์คือ พระครูสาครคุณาธาร เจ้าคณะอำเภอสามพราน และเจ้าอาวาสวัดเดชานุสรณ์ ตำบลยายชา อำเภอสามพราน นครปฐม ปัจจุบันอยู่ฝั่งตรงข้ามสามพรานรืเวอร์ไซด์แอนด์รีสอร์ท
วันนั้นคือวันหนึ่งของเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2502 หรือประมาณ 54 ปีมาแล้ว
หลวงพ่ออุปัชฌาย์เขียนอะไรใส่กระดาษส่งให้ แล้วพูดว่า จำไว้ให้ดีและปฏิบัติตามนี้ ชีวิตจะไม่มีปัญหา
ข้อความนั้นคือ
อยู่คนเดียว จงระวังความคิด
อยู่ในมวลมิตร จงระวังวาจา
ซึ่งผู้เขียนถือเป็นคติพจน์ประจำตัวตลอดมาถึงวันนี้

ใส่ความเห็น

Filed under ไม่มีหมวดหมู่

คิดแล้วแต่ไม่ได้เขียน

ปกติผมเป็นคนชอบคิด แต่ไม่ใช่คิดแบบฟุ้งซ่านไร้สาระ ผมคิดเรื่องต่างๆมามากมายในชีวิตที่ผ่านมา โชคดีในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาผมเริ่มใช้คอมพิวเตอร์ และเปิดบล็อกส่วนตัวขึ้นหลายบล็อก เวลาคิดเรื่องอะไรแล้วก็เขียนลงบล็อก ทำให้ความคิดของผมถูกบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่สูญหายไปตามกาลเวลา เหมือนเช่นที่ผ่านมา

เคยมีคนกล่าวว่าคนไทยมีภูมิปัญญามากมาย แต่ไม่ค่อยชอบเขียน (หนังสือ)เป็นลายลักษณ์อักษร เรื่องราวต่างๆจึงสูญหายไปกับคนไทยจำนวนมากมาย ที่เหลืออยู่ทุกวันนี้ล้วนเป็นเรื่องที่สืบทอดกันมาแบบใช้ความจำ แบบที่เรียกว่าสืบทอดรุ่นต่อรุ่นนั่นเอง เช่นการทำอาชีพหลายๆอย่างที่ตกทอดมาถึงปัจจุบันนี้

ในจำนวนเรื่องที่ผมคิดนั้นมีเรื่องการเขียนหนังสือแล้วจัดพิมพ์เป็นเล่ม เพื่อเป็นผลงานของชีวิตสักชิ้นหนึ่ง ความคิดนี้ก็ยังสถิตย์อยู่ในสมอง(ไม่ทราบว่าส่วนไหน)เสมอ

สองสามสัปดาห์ที่ผ่านมามีโอกาสคุยกับ อ.กมล รัตนวิระกุล นายกสมาคมการบริหารโรงแรมไทย และประะธานสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการโรงแรมไทย ที่โรงแรมพูลแมน คิงเพาเว่อร์ ถนนรางน้ำ ระหว่างพักการอบรมฯของสถาบันฯ อ.กมล พูดขึ้นตอนหนึ่งของการสนทนาว่า

“คุณ(หมายถึงผม)เขียนหนังสือดีนะ”

และก็พูดต่อว่าน่าจะเขียนหนังสือ(อะไร)สักเล่ม เช่นเขียนเรื่องการประชาสัมพันธ์ที่ผมเคยทำสมัยเป็นผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ที่โรงแรมชวลิต (ก่อนจะมารวมเป็นโรงแรมแอมบาสซาเดอร์) เมื่อปี พ.ศ. 2515-2520 ว่าสมัยนั้นประชาสัมพันธ์โรงแรมเขาทำงานกันอย่างไร สื่อมวลชนสมัยนั้นมีบทบาทอย่างไร น่าจะเป็นเรื่องที่ผู้คนสมัยนี้สนใจ เพราะหาคนที่รู้เรื่องเหล่านี้ยากแล้วในวันนี้

ผมฟังแล้วก็โดนใจเพราะเคยมีแนวคิดที่จะเขียนเรื่องแบบนี้มาแล้วในอดีต กลับมานั่งคิดพล็อตเรื่องที่จะเขียนตามที่ อ.กมล ปรารภขึ้น คิดอยู่หลายวันเหมือนกันนะ ก็ยังไม่ตกผลึกว่าจะเขียนในแนวใดจึงจะน่าสนใจ

สองสามวันมานี้ผมทำความสะอาดชั้นหวายที่เก็บหนังสือ ซึ่งมีจำนวนหลายสิบชั้น เผอิญโชคดีพบเอกสารฉบับหนึ่ง เป็นเอกสารฉบับถ่ายสำเนา (ขนาด เอ 4)เย็บเล่มอย่างดี ชื่อว่า “ครบเครื่องเรื่อง(นัก)ประชาสัมพันธ์(มืออาชีพ)” โดย ศตวรรษ ศรีสมบูรณ์ จำนวนประมาณเกือบร้อยหน้า ด้วยความดีใจผมจึงอ่านอีกครั้งรวดเดียวจบ ทั้งๆที่ผมไม่เคยอ่านหนังสือเรื่องใดจบเลยในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา

2556-08-08 09-03-54_0001

ข้อมูลของเอกสารฉบับนี้มีดังนี้

หนังสือ          : ชุดครบเครื่อง อันดับที่ 1
ชื่อ                  : ครบเครื่องเรื่อง (นัก)ประชาสัมพันธ์(มืออาชีพ)
ผู้แต่ง            : ศตวรรษ ศรีสมบูรณ์
ปีที่พิมพ์/ครั้งที่พิมพ์ : พฤศจิกายน 2548 พิมพ์ครั้งที่ 1
ISBN (เลขมาตรฐานสากลหนังสือ) 974-93637-7-9

ดำเนินการจัดพิมพ์(ฉบับถ่ายเอกสาร)โดย : ศตวรรษ ศรีสมบูรณ์
ไม่จำหน่ายแต่แจกผู้สนใจ จำนวน 10 ฉบับ

ที่มาของหนังสือฉบับถ่ายเอกสารนี้คือ หลังจากที่เสนอต้นฉบับไปยัง สนพ.ต่างๆจำนวน 10 กว่าแห่ง ขออนุญาตเอ่ยชื่อ เช่น สนพ.ดอกหญ้า ฯลฯ เป็นต้น

หลังจากนั้นก็เงียบหายไป ติดตามอยู่เป็นเดือนก็ไม่มีคำตอบจาก (สวรรค์) สนพ.สักแห่ง

ผมตัดสินใจถ่ายสำเนาพิมพ์เป็นฉบับเอกสาร จำนวน 10 ฉบับ แจกเพื่อนสนิทมิตรสหาย ทุกคนก็ตอบกลับมาว่า เขียนดี น่าจะจัดพิมพ์จำหน่ายนะ

หลังจากนั้นผ่านมาเกือบ 10 ปีแล้ว หากไม่ได้ยิน อ.กมล รัตนวิระกุล พูดขึ้น ผมคงลืมเรื่องนี้ไปแล้ว

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้แหละโยม

ใส่ความเห็น

Filed under การประชาสัมพันธ์

จดหมายเหตุหนุ่มร้อยปี

นานๆครั้งผมก็ได้รับคำถามจากผู้อ่านบล็อกที่ผมเขียน เช่น คำถามล่าสุดที่ได้รับคือ “จดหมายเหตุหนุ่มร้อยปีคืออะไร?” ผมตอบผู้ถามเป็นการส่วนตัวไปแล้ว แต่ก็เพื่อให้ผู้ที่กำลังจะถามคำถามเดียวกันนี้ได้ทราบพร้อมกัน จึงนำมาตอบในที่นี้อีกครั้ง (ความจริงก็เป็นประโยชน์สำหรับผมด้วยเช่นกัน ที่ประหยัดเวลาในการคิดหาเรื่องมาเขียนอีกตอนหนึ่ง)

คำว่า “จดหมายเหตุ” น่าจะหมายถึงการเขียนบันทึกเรื่องราวต่างๆไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เช่นสมัยกรุงศรีอยุธยาก็มีบันทึกที่เรียกว่า “จดหมายเหตุกรุงเก่า” อะไรประมาณนี้

คำว่า “หนุ่มร้อยปี” เป็นนามแฝงของผม ที่เกิดขึ้นสมัยไปทำงานที่นิตยสาร “นักขาย”รายเดือน ของอาจารย์ไพบูลย์ สำราญภูติ และได้รัลมอบหมายให้เขียนคอลัมน์ “สังคมธุรกิจ” แต่ไม่ทราบว่าจะใช้นามแฝงว่าอะไร บรรณาธิการบริหารของนิตยสารนักขายจึงตั้งนามแฝงให้ว่า “หนุ่มร้อยปี” เพราะชื่อจริง “ศตวรรษ” แปลว่า หนึ่งร้อยปี ท่าทางกระฉับกระเฉงดูเป็นหนุ่ม จึงเป็นที่มาของนามแฝง “หนุ่มร้อยปี”

โดยสรุปชื่อบล็อกนี้คือ บันทึกเรื่องราวต่างๆที่ผมทราบ ผมรู้และมีประสบการณ์ นำมาเขียนบันทึกไว้คล้ายๆกับเขียนสมุดไดอารี่นั่นเอง เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้

รูปภาพ

อิริยาบถสบายๆคราวไปเที่ยวน่าน พ.ศ. 2553

ใส่ความเห็น

Filed under บล็อก

ไพบูลย์ สำราญภูติ ที่ผมรู้จัก (11)

เคยมีผู้อ่านถามผมว่า ไพบูลย์มีสไตล์การทำงานอย่างไร แบบไหน เท่าที่ผมเคยเห็นและสัมผัสมากับตัวเอง สไตล์การทำงานของเขาเป็นคนคิดเร็ว ตัดสินใจเร็ว และมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำอย่างทั่วถึง

ประการสำคัญไพบูลย์เป็นคนติดตามงานอย่างต่อเนื่อง บางครั้งคนทำงานที่ไม่รู้ใจ อาจจะเห็นว่าเป็นการกดดันในการทำงาน และการติดตามงานเขาจะติดตามทุกขั้นตอน พร้อมทั้งสอบถามรายละเอียดอย่างถี่ยิบ หากใครไม่ตั้งใจทำงานหรือทำงานแบบลวกๆขอไปที มักจะตกม้าตายในการติดตามงานของเขา

อาจจะเพราะไพบูลย์เป็นนักอ่านหนังสือ ดังนั้
ั้นเขาจึงรู้เรื่องต่างๆได้อย่างกว้างขวาง และเนื่องจากเขาเป็นคนเขียนหนังสือด้วย จึงอ่านรายงานหรือผลงานที่เสนอต่อเขาอย่างละเอียด ไม่พลาดแม้เรื่องเล็กๆน้อย เช่น  การเขียน คำศัพท์ เป็นต้น

หากสถานที่ทำงานมีพื้นที่กว้างขวาง ไพบูลย์จะเดินตรวจงานไปตามฝ่ายต่างๆอย่างทั่วถึง เรียกกันขำๆว่าเป็นการบริหารโดยการเดิน (Management by Walking)

ทุกวันทำงานเขาจะมีเอกสารมาแจกผู้ร่วมงานเสมอ อาจจะเป็นหนังสือหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสายงานต่างๆ การบริหารงานของเขาไม่เคยละเลยการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นการประชุมเอนกประสงค์ (ติดตามงาน ให้ความรู้เกี่ยวกับงาน)์

โพสท์จากเวิร์ดเพรสสำหรับแอนดรอยด์

ใส่ความเห็น

Filed under คิดไปเขียนไป

ไพบูลย์ สำราญภูติ ที่ผมรู้จัก (10)

14267หนังสือประสบการณ์ชีวิต

นับตั้งแต่ผมเขียนชุด ไพบูลย์ สำราญภูติ ที่ผมรู้จัก มา 9 ตอน ก็ได้รับความสนใจมากพอสมควร ผู้อ่านบางคนที่เป็นคนรุ่นใหม่ถึงกับถามตรงๆเลยว่า เขาเป็นใคร ทำไมผมจึงเขียนถึงเขา ฯลฯ

นี่คือเรื่องที่ผมอยากจะตอบคำถามเหล่านั้น ที่มาของข้อเขียนชุดนี้เกิดจากการสนทนากับไพบูลย์ในวันหนึ่ง เขาปรารภว่าอยากจะมีหนังสือเกี่ยวกับเขาสักเล่มหนึ่ง ที่ไม่ใช่เขาเป็นผู้เขียนเองหรือญาติที่ใกล้ชิดเขียน และหากเป็นไปได้หนังสือเล่มนี้อาจจะแจกในงาน(ศพ)สุดท้ายของเขา และเขาปรารภแบบขำๆว่าเป็นหนังสือที่เขียนขึ้นก่อนตาย ทำนองเดียวกับหนังสือที่ขายดีของ “ดังตฤณ” เรื่อง “เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน” ประมาณนั้น

ไพบูลย์รู้จักคนมากมายในหลายวงการ ทั้งที่สนิมสนมเป็นมิตรสหายหรือเพื่อนร่วมงานในอดีต เขามีความเชื่อว่ามุมมองของคนเหล่านี้ที่มีต่อเขา น่าจะมีสาระน่าสนใจทีเดียว แต่จะเริ่มที่ใครล่ะนี่คือโจทย์ใหญ่ สุดท้ายผมก็ถูกรางวัลที่หนึ่งจนได้ ไพบูลย์บอกว่า เริ่มที่คุณนี่แหละ เพราะเชื่อว่าน่าจะรู้จกเขาดีในระดับหนึ่ง และเชื่อว่าน่าจะพอมีฝีไม้ลาย(เขียน)มือในการเขียนหนังสือพอใช้ได้

ผมรับโจทย์มาแล้วก็มานั่งงงอยู่นานพอสมควรว่า จะเขียนในแนวไหน ให้เป็นเรื่องที่มีความจริงมากที่สุด และผมมีโอกาสสัมผัสกับเขาในเหตุการณ์จริงๆเหล่านั้น จะไม่เขียนในแนวเยินยอหรือยกย่องแบบหนังสืออัตชีวประวัติของบุคคล(สำคัญ)ทั่วไป

แทบไม่น่าเชื่อว่าข้อเขียนชุด “ไพบูลย์ สำราญภูติ ที่ผมรู้จัก” จะเขียนมาได้ถึง 9 ตอน และน่าจะเขียนต่อไปได้อีกหลายตอน

ทั้งหมดที่ผมกล่าวมาข้างต้นคือที่มาของข้อเขียนชุดนี้ครับ

และหวังว่าไพบูลย์คงจะเชิญให้คนอื่นๆมาเขียนบ้าง เพราะผมก็อยากอ่านเหมือนกันว่า ไพบูลย์ในสายตาของคน(ที่รู้จัก)อื่นๆ เป็นอย่างไร

พบกับข้อเขียนชุดนี้ตอนหน้าครับ สวัสดี

ใส่ความเห็น

Filed under คิดไปเขียนไป

ไพบูลย์ สำราญภูติ ที่ผมรู้จัก (9)

ตามที่ผมเขียนเมื่อตอนที่แล้วว่า ชีวิตของไพบูลย์ ช่วงหนึ่งมีความผูกพันเกี่ยวกับหนังสือ และมีความบันดารใจแปลหนังสือของฝรั่งประเภท How To จนได้รับการยอมรับในหมู่นักอ่านหนังสือประเภทนี้ว่า ไพบูลย์คือผู้บุกเบิกหนังสือแนวนี้ในประเทศไทยเป็นเจ้าแรกๆ

ต่อมาประมาณสิบกว่าปีมานี้ ไพบูลย์ก็ยังไม่เลิกลากับงานหนังสือ ยังคงมีผลงานเกี่ยวกับหนังสือออกมาสม่ำเสมอ เพียงแต่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันในวงกว้างของนักอ่านทั่วไป เพราะผลงานหนังสือในยุคหลังนี้ของไพบูลย์เป็นหนังสือแนวรวบรวมผลงานและชีวิตของบรรดาครูเพลงที่มีชื่อเสียง แต่ในวงการผู้รักเสียงเพลงจะเป็นที่รู้จักกันดี ไพบูลย์เริ่มงานรวบรวมประวัติชีวิตครูเพลงไทย(ลูกกรุง)มาตั้งแต่ 7-8 ปีที่ผ่านมา โดยเขียนลงใน นสพ.ผู้จัดการ รายวัน(ออนไล์)ประจำทุกวันพุธ ชีวิตเกี่ยวกับหนังสือตำนานครูเพลงน่าสนใจ ต้องไปฟังไพบูลย์เล่าไว้ในรายการ “ศิลป์สโมสร” ออกอากาศทาง ไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2556 เวลาประมาณ 13.05 น. ตอนหนึ่งดังนี้

รายการศิลป์สโมสร ตอน ตำนานครูเพลง

คลิปวีดีโอนี้มีสามตอน ท่านสามารถดูตอนต่อไปจาก ยูทูป

พบกันตอนหน้า สวัสดีครับ

2 ความเห็น

30/06/2013 · 9:16 am

ไพบูลย์ สำราญภูติ ที่ผมรู้จัก (8)

ตอนนี้ผมจะเขียนถึง ไพบูลย์ ในด้านอื่นๆบ้าง ไพบูลย์ เป็นผู้รักการอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ สมัยที่ไพบูลย์ยังเป็นเด็กวัยรุ่นเคยไปเที่ยวบ้านคุณพ่อของผมที่ หมู่บ้านบางม่วง ตำบลบางช้าง อำเภอสามพราน นครปฐม น่าจะอยู่ในช่วง พ.ศ. 2503 ไพบูลย์จะขลุกอยู่กับตู้หนังสือส่วนตัวของผม ที่ผมสะสมหนังสือสารพัดประเภทไว้เต็มตู้ จำนวนเป็นร้อยเล่ม

ต่อมาเมื่อพูดถึงหนังสือครั้งใด ไพบูลย์มักจะพูดถึงความหลังช่วงนี้เสมอๆ นับเป็นความประทับใจที่เขาจำได้ไม่เคยลืม และบอกว่านี่น่าจะเป็นการจุดประกายให้เขารักและผูกพันกับหนังสือตลอดมา

ประมาณ พ.ศ. 2530 เป็นต้นมา ด้วยความรักในหนังสือ ไพบูลย์จึงได้เริ่มงานใหม่ด้วยการแปลหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คของฝรั่ง ประเภท How To ซึ่งกำลังได้รับความนิยมจากนักอ่านชาวไทยและผู้สนใจหนังสือแนวนี้มาก บางเรื่องก็แปลร่วมกับ ไพโรจน์ ลิมปกาญจน์ ซึ่งเคยทำงานร่วมกับไพบูลย์ที่ บ.อินเตอร์ไลฟ์ มาก่อน

2551-11-25 14-56-11_00032551-11-25 14-49-42_00012551-11-25 14-59-22_00042552-04-16 19-37-02_0001ส่วนหนึ่งของหนังสือ How To ที่ไพบูลย์แปลและเรียบเรียง

ในวงการหนังสือประเภท How To สมัยนั้น เป็นที่ยอมรับกันโดยปริยายว่า ไพบูลย์คือ ผู้บุกเบิกหนังสือประเภทนี้ เพราะมีผลงานแปลและเรียบเรียงหนังสือแนวนี้ออกมาก่อนใครๆในวงการหนังสือจำนวนมากมาย

14267หนังสืออัตตชีวประวัติของ ไพบูลย์

ต่อมาไพบูลย์ก็เปลี่ยนแนวการเขียนหนังสือมาเป็นแนวชีวประวัติของบรรดาครูเพลงที่มีชื่อเสียงของไทย เช่น เอื้อ สุนทรสนาน อดีตผู้ก่อตั้งวงดนตรี สุนทราภรณ์ เป็นต้น นัยว่าน่าจะเกิดจากความชอบและสนใจในเรื่องเพลง และนำมาประยุกต์กับการเขียนหนังสือที่มีประสบการณ์อยู่แล้ว

2553-01-13 07-16-33_0001ปกหนังสือเล่มหนึ่งที่ไพบูลย์ รวบรวมและเรียบเรียง
โดยใช้นามปากกา “ศรี อยุธยา”

ก่อนที่จะมาเป็นผลงานหนังสือแนวชีวประวัติครูเพลงนั้น ไพบูลย์เขียนลงในคอลัมน์ นสพ.รายวันออนไลน์ “ผู้จัดการ” ทุกวันพุธ มาก่อน และนำมารวมพิมพ์เป็นเล่มหนังสือ

เป็นที่กล่าวขานกันมานานว่า “ผู้ที่เขียนหนังสือเก่ง มักจะพูดไม่เก่ง” หรือกลับกัน”ผู้ที่พูดเก่ง มักจะเขียนหนังสือไม่เก่ง”นั้น น่าจะยกเว้นสำหรับ ทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์ ปรมาจารย์นักพูดอาชีพของไทย ไพบูลย์ สำราญภูติ นักขายและนักการตลาด และ กมล รัตนวิระกุล นายกสมาคมการบริหารโรงแรมไทย ผู้เชี่ยวชาญการบริหารโรงแรมและรีสอร์ท

อาจจะมีคนอื่นๆอีกที่ยังนึกชื่อไม่ออกขณะนี้ ต้องขออภัยด้วย

พบกันใหม่ตอนหน้าครับ สวัสดี

 

ใส่ความเห็น

Filed under คิดไปเขียนไป