จดหมายเหตุหนุ่มร้อยปี

นานๆครั้งผมก็ได้รับคำถามจากผู้อ่านบล็อกที่ผมเขียน เช่น คำถามล่าสุดที่ได้รับคือ “จดหมายเหตุหนุ่มร้อยปีคืออะไร?” ผมตอบผู้ถามเป็นการส่วนตัวไปแล้ว แต่ก็เพื่อให้ผู้ที่กำลังจะถามคำถามเดียวกันนี้ได้ทราบพร้อมกัน จึงนำมาตอบในที่นี้อีกครั้ง (ความจริงก็เป็นประโยชน์สำหรับผมด้วยเช่นกัน ที่ประหยัดเวลาในการคิดหาเรื่องมาเขียนอีกตอนหนึ่ง)

คำว่า “จดหมายเหตุ” น่าจะหมายถึงการเขียนบันทึกเรื่องราวต่างๆไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เช่นสมัยกรุงศรีอยุธยาก็มีบันทึกที่เรียกว่า “จดหมายเหตุกรุงเก่า” อะไรประมาณนี้

คำว่า “หนุ่มร้อยปี” เป็นนามแฝงของผม ที่เกิดขึ้นสมัยไปทำงานที่นิตยสาร “นักขาย”รายเดือน ของอาจารย์ไพบูลย์ สำราญภูติ และได้รัลมอบหมายให้เขียนคอลัมน์ “สังคมธุรกิจ” แต่ไม่ทราบว่าจะใช้นามแฝงว่าอะไร บรรณาธิการบริหารของนิตยสารนักขายจึงตั้งนามแฝงให้ว่า “หนุ่มร้อยปี” เพราะชื่อจริง “ศตวรรษ” แปลว่า หนึ่งร้อยปี ท่าทางกระฉับกระเฉงดูเป็นหนุ่ม จึงเป็นที่มาของนามแฝง “หนุ่มร้อยปี”

โดยสรุปชื่อบล็อกนี้คือ บันทึกเรื่องราวต่างๆที่ผมทราบ ผมรู้และมีประสบการณ์ นำมาเขียนบันทึกไว้คล้ายๆกับเขียนสมุดไดอารี่นั่นเอง เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้

รูปภาพ

อิริยาบถสบายๆคราวไปเที่ยวน่าน พ.ศ. 2553

ใส่ความเห็น

Filed under บล็อก

ไพบูลย์ สำราญภูติ ที่ผมรู้จัก (11)

เคยมีผู้อ่านถามผมว่า ไพบูลย์มีสไตล์การทำงานอย่างไร แบบไหน เท่าที่ผมเคยเห็นและสัมผัสมากับตัวเอง สไตล์การทำงานของเขาเป็นคนคิดเร็ว ตัดสินใจเร็ว และมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำอย่างทั่วถึง

ประการสำคัญไพบูลย์เป็นคนติดตามงานอย่างต่อเนื่อง บางครั้งคนทำงานที่ไม่รู้ใจ อาจจะเห็นว่าเป็นการกดดันในการทำงาน และการติดตามงานเขาจะติดตามทุกขั้นตอน พร้อมทั้งสอบถามรายละเอียดอย่างถี่ยิบ หากใครไม่ตั้งใจทำงานหรือทำงานแบบลวกๆขอไปที มักจะตกม้าตายในการติดตามงานของเขา

อาจจะเพราะไพบูลย์เป็นนักอ่านหนังสือ ดังนั้
ั้นเขาจึงรู้เรื่องต่างๆได้อย่างกว้างขวาง และเนื่องจากเขาเป็นคนเขียนหนังสือด้วย จึงอ่านรายงานหรือผลงานที่เสนอต่อเขาอย่างละเอียด ไม่พลาดแม้เรื่องเล็กๆน้อย เช่น  การเขียน คำศัพท์ เป็นต้น

หากสถานที่ทำงานมีพื้นที่กว้างขวาง ไพบูลย์จะเดินตรวจงานไปตามฝ่ายต่างๆอย่างทั่วถึง เรียกกันขำๆว่าเป็นการบริหารโดยการเดิน (Management by Walking)

ทุกวันทำงานเขาจะมีเอกสารมาแจกผู้ร่วมงานเสมอ อาจจะเป็นหนังสือหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสายงานต่างๆ การบริหารงานของเขาไม่เคยละเลยการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นการประชุมเอนกประสงค์ (ติดตามงาน ให้ความรู้เกี่ยวกับงาน)์

โพสท์จากเวิร์ดเพรสสำหรับแอนดรอยด์

ใส่ความเห็น

Filed under คิดไปเขียนไป

ไพบูลย์ สำราญภูติ ที่ผมรู้จัก (10)

14267หนังสือประสบการณ์ชีวิต

นับตั้งแต่ผมเขียนชุด ไพบูลย์ สำราญภูติ ที่ผมรู้จัก มา 9 ตอน ก็ได้รับความสนใจมากพอสมควร ผู้อ่านบางคนที่เป็นคนรุ่นใหม่ถึงกับถามตรงๆเลยว่า เขาเป็นใคร ทำไมผมจึงเขียนถึงเขา ฯลฯ

นี่คือเรื่องที่ผมอยากจะตอบคำถามเหล่านั้น ที่มาของข้อเขียนชุดนี้เกิดจากการสนทนากับไพบูลย์ในวันหนึ่ง เขาปรารภว่าอยากจะมีหนังสือเกี่ยวกับเขาสักเล่มหนึ่ง ที่ไม่ใช่เขาเป็นผู้เขียนเองหรือญาติที่ใกล้ชิดเขียน และหากเป็นไปได้หนังสือเล่มนี้อาจจะแจกในงาน(ศพ)สุดท้ายของเขา และเขาปรารภแบบขำๆว่าเป็นหนังสือที่เขียนขึ้นก่อนตาย ทำนองเดียวกับหนังสือที่ขายดีของ “ดังตฤณ” เรื่อง “เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน” ประมาณนั้น

ไพบูลย์รู้จักคนมากมายในหลายวงการ ทั้งที่สนิมสนมเป็นมิตรสหายหรือเพื่อนร่วมงานในอดีต เขามีความเชื่อว่ามุมมองของคนเหล่านี้ที่มีต่อเขา น่าจะมีสาระน่าสนใจทีเดียว แต่จะเริ่มที่ใครล่ะนี่คือโจทย์ใหญ่ สุดท้ายผมก็ถูกรางวัลที่หนึ่งจนได้ ไพบูลย์บอกว่า เริ่มที่คุณนี่แหละ เพราะเชื่อว่าน่าจะรู้จกเขาดีในระดับหนึ่ง และเชื่อว่าน่าจะพอมีฝีไม้ลาย(เขียน)มือในการเขียนหนังสือพอใช้ได้

ผมรับโจทย์มาแล้วก็มานั่งงงอยู่นานพอสมควรว่า จะเขียนในแนวไหน ให้เป็นเรื่องที่มีความจริงมากที่สุด และผมมีโอกาสสัมผัสกับเขาในเหตุการณ์จริงๆเหล่านั้น จะไม่เขียนในแนวเยินยอหรือยกย่องแบบหนังสืออัตชีวประวัติของบุคคล(สำคัญ)ทั่วไป

แทบไม่น่าเชื่อว่าข้อเขียนชุด “ไพบูลย์ สำราญภูติ ที่ผมรู้จัก” จะเขียนมาได้ถึง 9 ตอน และน่าจะเขียนต่อไปได้อีกหลายตอน

ทั้งหมดที่ผมกล่าวมาข้างต้นคือที่มาของข้อเขียนชุดนี้ครับ

และหวังว่าไพบูลย์คงจะเชิญให้คนอื่นๆมาเขียนบ้าง เพราะผมก็อยากอ่านเหมือนกันว่า ไพบูลย์ในสายตาของคน(ที่รู้จัก)อื่นๆ เป็นอย่างไร

พบกับข้อเขียนชุดนี้ตอนหน้าครับ สวัสดี

ใส่ความเห็น

Filed under คิดไปเขียนไป

ไพบูลย์ สำราญภูติ ที่ผมรู้จัก (9)

ตามที่ผมเขียนเมื่อตอนที่แล้วว่า ชีวิตของไพบูลย์ ช่วงหนึ่งมีความผูกพันเกี่ยวกับหนังสือ และมีความบันดารใจแปลหนังสือของฝรั่งประเภท How To จนได้รับการยอมรับในหมู่นักอ่านหนังสือประเภทนี้ว่า ไพบูลย์คือผู้บุกเบิกหนังสือแนวนี้ในประเทศไทยเป็นเจ้าแรกๆ

ต่อมาประมาณสิบกว่าปีมานี้ ไพบูลย์ก็ยังไม่เลิกลากับงานหนังสือ ยังคงมีผลงานเกี่ยวกับหนังสือออกมาสม่ำเสมอ เพียงแต่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันในวงกว้างของนักอ่านทั่วไป เพราะผลงานหนังสือในยุคหลังนี้ของไพบูลย์เป็นหนังสือแนวรวบรวมผลงานและชีวิตของบรรดาครูเพลงที่มีชื่อเสียง แต่ในวงการผู้รักเสียงเพลงจะเป็นที่รู้จักกันดี ไพบูลย์เริ่มงานรวบรวมประวัติชีวิตครูเพลงไทย(ลูกกรุง)มาตั้งแต่ 7-8 ปีที่ผ่านมา โดยเขียนลงใน นสพ.ผู้จัดการ รายวัน(ออนไล์)ประจำทุกวันพุธ ชีวิตเกี่ยวกับหนังสือตำนานครูเพลงน่าสนใจ ต้องไปฟังไพบูลย์เล่าไว้ในรายการ “ศิลป์สโมสร” ออกอากาศทาง ไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2556 เวลาประมาณ 13.05 น. ตอนหนึ่งดังนี้

รายการศิลป์สโมสร ตอน ตำนานครูเพลง

คลิปวีดีโอนี้มีสามตอน ท่านสามารถดูตอนต่อไปจาก ยูทูป

พบกันตอนหน้า สวัสดีครับ

2 ความเห็น

30/06/2013 · 9:16 am

ไพบูลย์ สำราญภูติ ที่ผมรู้จัก (8)

ตอนนี้ผมจะเขียนถึง ไพบูลย์ ในด้านอื่นๆบ้าง ไพบูลย์ เป็นผู้รักการอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจ สมัยที่ไพบูลย์ยังเป็นเด็กวัยรุ่นเคยไปเที่ยวบ้านคุณพ่อของผมที่ หมู่บ้านบางม่วง ตำบลบางช้าง อำเภอสามพราน นครปฐม น่าจะอยู่ในช่วง พ.ศ. 2503 ไพบูลย์จะขลุกอยู่กับตู้หนังสือส่วนตัวของผม ที่ผมสะสมหนังสือสารพัดประเภทไว้เต็มตู้ จำนวนเป็นร้อยเล่ม

ต่อมาเมื่อพูดถึงหนังสือครั้งใด ไพบูลย์มักจะพูดถึงความหลังช่วงนี้เสมอๆ นับเป็นความประทับใจที่เขาจำได้ไม่เคยลืม และบอกว่านี่น่าจะเป็นการจุดประกายให้เขารักและผูกพันกับหนังสือตลอดมา

ประมาณ พ.ศ. 2530 เป็นต้นมา ด้วยความรักในหนังสือ ไพบูลย์จึงได้เริ่มงานใหม่ด้วยการแปลหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คของฝรั่ง ประเภท How To ซึ่งกำลังได้รับความนิยมจากนักอ่านชาวไทยและผู้สนใจหนังสือแนวนี้มาก บางเรื่องก็แปลร่วมกับ ไพโรจน์ ลิมปกาญจน์ ซึ่งเคยทำงานร่วมกับไพบูลย์ที่ บ.อินเตอร์ไลฟ์ มาก่อน

2551-11-25 14-56-11_00032551-11-25 14-49-42_00012551-11-25 14-59-22_00042552-04-16 19-37-02_0001ส่วนหนึ่งของหนังสือ How To ที่ไพบูลย์แปลและเรียบเรียง

ในวงการหนังสือประเภท How To สมัยนั้น เป็นที่ยอมรับกันโดยปริยายว่า ไพบูลย์คือ ผู้บุกเบิกหนังสือประเภทนี้ เพราะมีผลงานแปลและเรียบเรียงหนังสือแนวนี้ออกมาก่อนใครๆในวงการหนังสือจำนวนมากมาย

14267หนังสืออัตตชีวประวัติของ ไพบูลย์

ต่อมาไพบูลย์ก็เปลี่ยนแนวการเขียนหนังสือมาเป็นแนวชีวประวัติของบรรดาครูเพลงที่มีชื่อเสียงของไทย เช่น เอื้อ สุนทรสนาน อดีตผู้ก่อตั้งวงดนตรี สุนทราภรณ์ เป็นต้น นัยว่าน่าจะเกิดจากความชอบและสนใจในเรื่องเพลง และนำมาประยุกต์กับการเขียนหนังสือที่มีประสบการณ์อยู่แล้ว

2553-01-13 07-16-33_0001ปกหนังสือเล่มหนึ่งที่ไพบูลย์ รวบรวมและเรียบเรียง
โดยใช้นามปากกา “ศรี อยุธยา”

ก่อนที่จะมาเป็นผลงานหนังสือแนวชีวประวัติครูเพลงนั้น ไพบูลย์เขียนลงในคอลัมน์ นสพ.รายวันออนไลน์ “ผู้จัดการ” ทุกวันพุธ มาก่อน และนำมารวมพิมพ์เป็นเล่มหนังสือ

เป็นที่กล่าวขานกันมานานว่า “ผู้ที่เขียนหนังสือเก่ง มักจะพูดไม่เก่ง” หรือกลับกัน”ผู้ที่พูดเก่ง มักจะเขียนหนังสือไม่เก่ง”นั้น น่าจะยกเว้นสำหรับ ทินวัฒน์ มฤคพิทักษ์ ปรมาจารย์นักพูดอาชีพของไทย ไพบูลย์ สำราญภูติ นักขายและนักการตลาด และ กมล รัตนวิระกุล นายกสมาคมการบริหารโรงแรมไทย ผู้เชี่ยวชาญการบริหารโรงแรมและรีสอร์ท

อาจจะมีคนอื่นๆอีกที่ยังนึกชื่อไม่ออกขณะนี้ ต้องขออภัยด้วย

พบกันใหม่ตอนหน้าครับ สวัสดี

 

ใส่ความเห็น

Filed under คิดไปเขียนไป

ไพบูลย์ สำราญภูติ ที่ผมรู้จัก (7)

หลังจากเลิกลาการทำงานที่ นิคมอุตสาหกรรมบางปู หมู่บ้านเชียงใหม่แลนด์ และหมู่บ้านศรีนครแลนด์ กับไพบูลย์แล้ว เราทั้งสองก็ห่างหายกันไปนานสองสามปี ผมก็หางานใหม่ทำตามประสามนุษย์เงินเดือน ส่วนไพบูลย์ไม่ทราบข่าวคราวว่าไปทำงานอะไร

ช่วงปลายปี พ.ศ. 2531 ขณะที่ผมกำลังจะหมดสัญญาการจ้างงานที่โรงแรม แกรนเดอ วิลล์ ของตระกูลตังฑัตสวัสดิ์ ที่หน้าวังบูรพา ผมก็ได้รับการติดต่อจาก ไพบูลย์ ให้มาช่วยงานอีกครั้งเป็นสนามที่ 3 งานนี้นัยว่าเป็นกิจการของไพบูลย์เอง คือมาช่วยบริหารนิตยสาร “นักขาย” รายเดือน รูปเล่มแบบนิตยสาร รีดเดอร์ไดเจ็สท์(ปิดตัวแล้ว) หรือฉบับภาษาไทยชื่อว่า “สรรสาระ” รั่นเอง

ผมมารับงานในตำแหน่ง ผู้จัดการทั่วไป ของบริษัท โปรเฟสชั่นนัลแมนเนจเมนต์ จำกัด โดย ไพบูลย์ สำราญภูติ เป็นประธานกรรมการบริหาร(CEO)  สมใจ สำราญ ภูติ เป็นกรรมการผู้จัดการ สำนักงานตั้งอยู่ที่ ศูนย์การค้าโรงภาพยนต์โคลัมเบีย ถนนพหลโยธิน

ธุรกิจหลักของบริษัทฯมี 2 อย่างคือจัดทำนิตยสาร “นักขาย” รายเดือน และ จัดสัมมนาและฝึกอบรมทั่วไป

9-19-2007 9-12-40 AM_0131ภาพปกนิตยสารนักขาย

นิตยสาร “นักขาย” รายเดือน กำหนดกลุ่มผู้อ่านคือ นักขายทุกสาขาธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งน่าจะมีจำนวนมากมายมหาศาล ขอเพียงสมัครเป็นสมาชิกหรือซื้ออ่านเพียงจำนวน 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ก็จะสามารถอยู่ได้สบายๆ

แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น ยอดขายน้อยมาก ส่งผลให้ยอดโฆษณายิ่งน้อยลงอีก พูดตามความเป็นจริงกิจกรรมผลิตนิตยสาร “นักขาย” ไม่สามารถจะเลี้ยงตัวเองได้เลย

ธุรกิจหลักของบริษัทฯอีกอย่างหนึ่งคือการจัดสัมมนาและฝึกอบรม ในช่วง พ.ศ. 2532 นับเป็นช่วงขาขึ้นของการจัดสัมมนา บริษัทฯมีโปรแกรมจัดสัมมนาเดือนละหลายโปรแกรม ส่วนใหญ่จะจัดขึ้นตามโรงแรมชั้นหนึ่งสมัยนั้น เช่น โรงแรมอินทรา ประตูน้ำ โรงแรมเซ็นทรัลพลาซ่า ห้าแยกลาดพร้าว เป็นต้น

มีรายการสัมมนาที่นิยมเรียกกันว่า “ทอล์คโชว์” รายการหนึ่ง ที่ไพบูลย์ เป็นวิทยากรเดี่ยวได้รับความนิยมจากผู้สนใจมากมายคือ เรื่อง “โจ จีราด ยอดนักขาย” จัดที่ห้องมรกต โรงแรมอินทรา มีผู้เข้าฟังจำนวนหลายร้อยคนทีเดียว รายการนี้บริษัทฯขึ้นปีละครั้ง

9-19-2007 9-17-55 AM_0132สัมมนาพิเศษ ส่งท้าย ปี พ.ศ. 2532

9-19-2007 9-31-06 AM_0137จากซ้าย ไพบูลย์ (กลาง) สมใจสำราญภูติ กก.ผจก. ขวาสุด ไกรฤทธิ์ บุญยเกียรติ

9-19-2007 9-33-55 AM_0138ซ้ายมือ อมร ถาวรมาศ กับผู้เขียน (หนุ่มร้อยปี)

เป็นที่น่าเสียดายที่บริษัท โปรเฟสชั่นนัลแมนเนจเมนต์ จำกัด ต้องปิดตัวลง หลังจากดำเนินธุรกิจได้เพียงสองสามปี สาเหตุหลักๆคือยอดขาดทุนจากการจัดทำนิตยสาร “นักขาย”

พบกันใหม่ตอนหน้าครับ สวัสดี

9 ความเห็น

Filed under คิดไปเขียนไป

ไพบูลย์ สำราญภูติ ที่ผมรู้จัก (6)

2553-12-15 08-40-43_0004จะว่าเป็นความโชคดีหรือโชคร้ายของ ไพบูลย์ สำราญภูติ ก็พูดยาก เกี่ยวกับเรื่องงานนั้น ไพบูลย์โชคดีที่มีงานเข้ามาให้ทำตลอดเวลา หลากหลายสาขาธุรกิจ แต่ในความโชคดีนั้นก็มีความโชคร้ายแฝงอยู่ด้วยเสมอๆ คือทำงานอะไรไม่ได้นานเหมือนชาวบ้านเขา แม้แต่การเป็นเจ้าของธุรกิจจัดทำนิตยสาร “นักขาย” รายเดือน ซึ่งว่ากันว่าเป็นงานที่เขารักและฝันไฝ่ที่จะทำงานนี้มานาน แต่แล้วก็ต้องเลิกกิจการไปในเวลาไม่กี่ปี

มาพูดต่อเกี่ยวกับงานด้านอสังหาริมทรัพย์ในเครือธนาคารศรีนคร หลังจากที่ลุยงานด้านนิคมอุตสาหกรรมบางปู จนพอเห็นผลงานเป็นที่ปประจักษ์ของบอร์ดฯแล้ว ไพบูลย์ก็มีงานเข้าอีก คือต้องไปรับผิดชอบด้านการตลาดและขายของโครงการ “ศรีนครแลนด์” ที่คลองกุ่ม ถนนสุขาภิบาล 1 (ถนนนวมินทร์ ปัจจุบัน) เขตบางกะปิ เป็นโครงการไม่ใหญ่นัก เป็นหมู่บ้านขนาดกลาง มี 2 เฟส ตอนที่ไพบูลย์เข้าไปรับผิดชอบนั้น โครงการฯกำลังขึ้นเฟส 2

เท่านี้ยังไม่พอผู้บริหารระดับสูงของธนาคารศรีนครคือ วิเชียร เตชะไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารศรีนคร ยังมอบหมายให้ไปดูโครงการใหญ่อีกแห่งที่ เชียงใหม่ มีเนื้อที่โดยประมาณ 400 ไร่ ตั้งอยู่เกือบสุดถนนช้างคลานไปสนามบินเชียงใหม่ โครงการนี้คือ “เชียงใหม่แลนด์” ภายใต้การบริหารของ บริษัทเชียงใหม่แลนด์ จำกัด โดยมี ชัชวาล สัตตรุจาวงษ์ เป็นกรรมการผู้จัดการ

โครงการฯแบ่งเป็น 3 โซนคือ โซนบ้านพักอาศัย มีบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ โซนอาคารพาณิชย์ โซนสโมสร สระว่ายน้ำ สนามเทนนิส โครงการฯมีถนนเมนกว้าง 6 เลนผ่านกลางโครงการฯ จากถนนช้างคลานด้านหน้าไปเชื่อมกับถนนด้านหลังไปสนามบินเชียงใหม่ เนื่องจากเป็นโครงการฯใหญ่จึงมีปัญหาเรื่องการตลาดและการขายมาก เชียงใหม่เมื่อ พ.ศ. 2528 ยังมีกลุ่มลูกค้าไม่เพียงพอที่จะมาซื้อบ้านในโครงการ แนวคิดใหม่เกี่ยวกับการตลาดคือ ต้องพยายามจูงใจลูกค้าจากกรุงเทพและจังหวัดใกล้เคียง ให้มาซื้อบ้านที่โครงการฯเป็นบ้านหลังที่สอง

2553-12-09-09-50-55_0004เดินแถวหน้า ซ้ายสุด ชัชวาล สัตตรุจาวงษ์ กรรมการผู้จัดการโครงการฯ
(กลาง) วิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานโครงการฯ ขวาสุด ไพบูลย์ สำราญภูติ ผู้จัดการทั่วไปโครงการฯ
เดินตรวจความคืบหน้าของโครงการฯ

2553-12-09-09-48-34_0003เพื่อเป็นการพักผ่อนเพื่อนๆนักการตลาดของไพบูลย์ มักจะขึ้นไปเล่นเทนนิส
ที่สนามเทนนิสของหมู่บ้านฯเสมอๆ

2553-12-09-10-02-50_00091เพรสแอดสำหรับลงโฆษณาสื่อสิ่งพิมพ์ของโครงการฯ

ตามที่กล่าวมาตอนต้นว่า ไพบูลย์โชคดีเกี่ยวกับงานและโชคร้ายก็อยู่ในงานด้วยนั้น มันก็ปรากฏขึ้นอีกเสมือนเงาตามตัวของเขา โครงการฯยอดขายไม่เป็นที่พอใจของบอร์ดฯ ไพบูลย์จึงเสนอแผนงานต่างๆเพื่อกระตุ้นยอดขายทุกวิถีทาง แน่ละทุกแผนงานจำเป็นต้องมีงบประมาณค่าใช้จ่าย เช่นการลงโฆษณาตามสื่อต่างๆ แต่บอร์ดฯไม่อนุมัติตามแผนงานที่เสนอ โดยอ้างว่าไม่แน่ใจว่าจะได้ผลเพียงใด

ไพบูลย์เริ่มอึดอัดหนักใจและทำอะไรไม่สะดวก สุดท้ายคือต้องลาออกจากโครงการฯ เป็นผลให้ผู้เขียนซึ่งรับผิดชอบงานส่งเสริมการขายต้องลาออกด้วย เป็นอันสิ้นสุดการทำงานโครงการอสังหาริมทรัพย์ของธนาคารศรีนครเพียงเท่านี้

เอวังก็มีด้วยประการ ฉะนี้ พบกันใหม่ตอนหน้า สวัสดี

2 ความเห็น

Filed under คิดไปเขียนไป