Tag Archives: ไอที

ชีวิตกับการถ่ายภาพ

หลายคนคงสงสัยและใคร่จะถามผมว่า เพราเหตุใดจึงมาสนใจเรื่องการถ่ายภาพในตอนนี้ ขณะที่อายุเข้าสู่วัยนี้(วัยสูงอายุ) เพราะยังเป็นแนวคิดหรือความเชื่อของคนไทยทั่วๆไปว่า คนสูงอายุหมดสมัยที่จะทำอะไรต่อมิอะไรแล้ว เสมือนจะพูดว่าให้อยู่เฉยๆประมาณนั้นแหละ

แต่ผมกลับมีแนวคิดที่ไม่ค่อยเหมือนใครคือ มีอุดมการณ์ศึกษาเรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่ยอมให้ชีวิตนิ่งอยู่กับที่ เพราะโลกวันนี้มีความเจริญก้าวหน้าไปเร็วมาก หากปล่อยชีวินนิ่งอยู่เฉยๆ ไม่ศึกษาเรียนรู้อะไรเพิ่มเติม นอกจากชีวิตจะตกยุคแล้วยังพูดจาเรื่องใหม่ๆกับใครไม่รู้เรื่องอีกด้วย อาทิ ความเจริญก้าวหน้าด้านไอที โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ เป็นต้น

ย้อนกลับมาพูดเรื่องการถ่ายภาพกับชีวิตของผม ความจริงผมสนใจเรื่องกล้องและการถ่ายภาพมานานแล้ว จำได้ว่าสมัยเป็นเด็กเรียนระดับชั้นมัธยมปีที่สาม (ประมาณ พ.ศ. 2495) ผมเคยอดออมค่าขนมกัดฟันซื้อกล้องเบสิคที่เรียกว่า “กล้องบ็อกซ์” มาตัวหนึ่ง ใช้ฟีล์มขาว-ดำถ่าย เพราะตอนนั้นยังไม่มีฟีล์มสี ฟีล์มม้วนหนึ่งถ่ายได้จำนวน 12 รูป ราคาก็นับว่าแพงสำหรับผมตอนนั้นมาก ถ่ายแล้วก็ต้องไปให้ร้านถ่ายรูปที่ตลาดสามพราน ถอดฟีล์มเอาออกมาล้างและอัดบนกระดาษ หากเราถอดฟีล์มออกเองฟีล์มถูกอากาศจะเสีย ร้านถ่ายรูปเขามีห้องมืดสำหรับล้างอัดรูป

เล่นกล้องตัวแรกนี้อยู่ไม่นานก็ต้องเลิก เพราะมันมีค่าใช้จ่ายตลอดเวลา เช่น ค่าฟีล์ม ค่าล้างอัดรูป เป็นต้น และเราเป็นเด็กนักเรียนไม่มีรายได้อื่นๆนอกจากค่าขนมที่ได้รับจากพ่อแม่ ด้วยปัจจัยเช่นนี้แหละจึงมีคนส่วนหนึ่งมักจะพูดว่า เล่นกล้องมีแต่ค่าใช้จ่าย

ต่อมาก็ห่างหายเลิกสนใจเรื่องกล้องและการถ่ายรูปไประยะหนึ่ง เวลาผ่านไปจนถึงวัยทำงาน แต่ก็ยังไม่ได้คิดที่จะซื้อกล้องเพื่อถ่ายรูป เพราะมีเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจมากกว่า จนมาทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงแรมชวลิต (โรงแรมแอมบาสซาเดอร์) ถนนสุขุมวิท ประมาณ พ.ศ. 2515-2520 มีความจำเป็นต้องใช้กล้องถ่ายรูปงานกิจกรรมต่างๆของโรงแรม เพื่อส่งเป็นภาพข่าวลงหนังสือพิมพ์ แต่ก็เป็นระยะสั้นๆอีก เพราะเบิกค่าใช้จ่ายจากทางโรงแรมไม่ได้ เลยต้องมาใช้ช่างภาพอาชีพภายนอกแทน แต่เบิกค่าใช้จ่ายทางโรงแรมได้

นับจากนี้ผมก็ห่างเหิรไม่ได้สนใจเรื่องกล้องและการถ่ายรูปนานมากทีเดียว แต่ก็ยังต้องใช้ภาพถ่ายสำหรับการทำงานเป็นช่วงๆตามความจำเป็น เมื่อเกษียณงานแล้วและสนใจเล่นอินเตอร์เน็ตโดยเฉพาะเรื่องการเขียนบล็อก ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้ภาพประกอบเรื่องที่เขียน แม้จะสามารถดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ต่างๆได้ แต่บางครั้งต้องใช้กล้องถ่าย เช่น การไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ เป็นต้น

นี่คือกล้องดิจิตัลตัวแรกที่ซื้อในช่วงหลังมานี้ ประมาณ พ.ศ. 2550 ยี่ห้อ Samsung เป็นกล้องประเภท Compact ซื้อมาโดยไม่มีความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับตัวกล้องเลย เรียกว่าซื้อเพราะอยากซื้อเท่านั้น ราคาประมาณ 7000 กว่าบาท

ใช้ดีพอสมควร เมื่อมีกล้องแบบนี้มา ก็ต้องศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการโหลดภาพลงคอมฯ และการใช้โปรแกรมการย่อภาพ เพราะภาพที่จะลงประกอบบล็อกต้องมีขนาดของภาพไม่เกินขนาดที่ระบบกำหนดไว้

นี่คือการที่ชีวิตเข้ามาพัวพันกับกล้องอีกครั้งโดยความจำเป็น ในขณะที่ผมมีอายุเข้าวัยสูงอายุแล้ว ประมาณเลข 6 ปลายๆใช้กล้องตัวนี้ต่อมาอีกประมาณ 6-7 ปี โดยยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับการถ่ายภาพเลย เรียกว่าถ่ายไปโดยมั่วๆนั่นแหละ พออาศัยว่าพอดูได้และเอาลงประกอบบล็อกได้

มาเมื่อประมาณเกือบปีมานี้ ประมาณเดือนสิงหาคม 2554 นึกอยากได้กล้องตัวใหม่ขึ้นมาอีก จึงตัดสินใจซื้อกล้องมาอีกหนึ่งตัว คราวนี้ซื้อยี่ห้อ Canon G12 เรียกว่าทันสมัยขึ้นมามาก เพราะกล้องรุ่นนี้ของ Canon เพิ่งออกมาไม่นาน และเป็นกล้องตระกูล G ของ Canon ที่มีชื่อเสียง แสดงว่าเริ่มมีความรู้ขึ้นมาบ้างแล้วนะ

ทีนี้ปัญหาก็เกิดขึ้นคือ กล้องตัวนี้แม้มันจะเป็นแบบ Compact แต่ใกล้เคียงกล้อง DSLR เข้าไป มีปุ่มให้ตั้งค่าอะไรต่อมิอะไรมากมาย เลยเป็นแรงกระตุ้นให้ต้องศึกษาเรียนรู้มากขึ้น มิเช่นนั้นก็จะใช้กล้องไม่คุ้มราคา นี่คือที่มาของการต้องเข้าอบรมการถ่ายภาพอีกหลายหลักสูตร

หลังจากที่ซื้อกล้องตัวนี้มาใช้ ผมสมัครเข้ารับการอบรมหลักสูตรการถ่ายภาพมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3-4 หลักสูตร รู้จักศัพท์เทคนิคการถ่ายภาพ เช่น รูรับแสง ความเร็วชัตเตอร์ ISO การถ่ายภาพแบบชัดลึกชัดตื้น ฯลฯ เป็นต้น

ซึ่งเมื่อก่อนนี้ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย ก่อนที่ผมจะมาเล่นกล้องอย่างจริงๆจังวันนี้ ผมชอบถ่ายรูปจากมือถือ ซึ่งง่ายและสะดวกมาก เพราะเทคโนโลยีของมือถือสามารถจะมีฟังค์ชั่นการถ่ายรูปได้ดีและสวยไม่แพ้กล้องคอมแพ็คท์ทีเดียว ยิ่งตอนนี้มือถือประเภทสมาร์ตโฟนและแทบเล็ตกำลังเป็นที่นิยมใช้กันแพร่หลาย คนส่วนหนึ่งก็ยังใช้ถ่ายรูปด้วยมือถือ เพราะง่ายสะดวกและได้ภาพที่สวยงามไม่แพ้กล้องทั่วไป ที่สำคัญสามารถจะดาวน์โหลดภาพที่ถ่ายขึ้นเว็บฯประเภทโซเชียลเน็ตเวิร์ค เช่น Facebook,Twitter,Google+,Foursquare ได้ทันที ทุกที่ทุกเวลาอีกด้วย

ทั้งหมดที่ผมเขียนมานี้คือ คำตอบโจทย์ที่ว่า ทำไมผมจึงสนใจมาเล่นกล้องและการถ่ายภาพในวันสูงอายุ ด้วยประการฉะนี้แหละโยม

โฆษณา

2 ความเห็น

Filed under ครอบจักรวาล

แอปฯSimsimi สินค้าตัวใหม่ของเกาหลี

ข้อเขียนชิ้นนี้คิดแล้วคิดอีกว่าจะเขียนถึงดีใหม เพราะไม่ว่าเว็บฯไหนหรือบล็อกไหนก็เห็นเขียนถึงกันคึกคัก แต่ผมจะไม่เขียนในแนวที่ว่าแอปฯนี้มันน่าเล่นหรือมีลูกเล่นที่น่าสนใจแบบไหน

แต่ผมมาฉุกคิดที่ต้องนำมาเขียนนั้น เพราะแอปฯนี้มันเป็นสัญชาติเกาหลี และสามารถส่งออกเป็นสินค้าตัวใหม่ที่ฮือฮาไม่เบา อันนี้สิที่น่าสนใจ

พูดถึงเกาหลีต้องขอชมเชยอย่างจริงใจว่า เป็นชาติที่มีกระบวนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีนวัตกรรมที่น่าสนใจ สามารถสร้างสินค้าส่งออกได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม แฟชั่น เพลง สินค้าไอที ฯลฯ เกือบจะไม่มีอะไรที่เกาหลีไม่สร้างสรรเป็นสินค้าส่งออก

เฉพาะตัวผมเองในเวลาที่ผ่านมา เกือบจะไม่สนใจเกาหลีเอาด้วยซ้ำ เห็นรถยนตร์เกาหลีก็งั้นๆแหละ สินค้าประเภทไอทียิ่งแล้วใหญ่ไม่อยู่ในสายตาเอาเสียเลย สนใจเฉพาะสินค้าญี่ปุ่นหรือไม่ก็สินค้าจากยุโรป

ต่อมาก็เห็นการพัฒนาสินค้าไอทีของเกาหลี เป็นไปอย่างสร้างสรร คุณภาพดีทีเดียว ที่สำคัญสามารถส่งออกไปขายที่อเมริกาได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ผมจึงทดลองซื้อจอแอลซีดีคอมฯมาใช้ก่อน ใช้ดีไม่จู้จี้จุกจิก ใช้มานานเกือบสามปีแล้ว ยังใช้ดีอยู่ จึงทดลองซื้อมือถือยี่ห้อหนึ่งมาใช้ เป็นประเภทสมาร์ตโฟน ระบบทัชสกรีน ก็โอเคนะ

ทุกวันนี้ผมจึงใช้มือถือสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต ของเกาหลียี่ห้อหนึ่ง ขออนุญาตไม่เปิดเผยชื่อสินค้า เกรงว่าจะเป็นการโฆษณาโดยไม่ตั้งใจ แต่หากจะเดาก็คงไม่ยาก เพราะสินค้าไอทีของเกาหลีก็มีไม่กี่ตัวเอง

กลับมาพูดถึงแอปฯ Simsimi ที่กำลังฮือฮาอยู่วันนี้ เห็นผู้พัฒนาแอปฯตัวนี้เขาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า เขามีเจนาที่จะสร้างแอปฯตัวนีให้มีคุณประโยชน์ทางด้านการเรียนรู้ภาษาต่างๆ ถึงแม้การพูดคุย (Chat) จะเป็นการพูดกับระบบ ไม่ใช่ตัวคนจริงๆแบบ MSN แต่ฐานข้อมูลของระบบสามารถที่จะเก็บข้อมูลเกี่ยวกับภาษาต่างๆได้มหาศาล เช่น เราพิมพ์ภาษาไทยส่งไปว่า “สบายดีเหรอปล่าว” หากฐานข้อมูลของระบบไม่มีคำตอบนี้ในฐานฯ ระบบจะแจ้งให้เราพิมพ์ข้อความสำหรับตอบคำถามนี้ (เรียกว่าสอน)แล้วจะเก็บเป็นข้อมูล สำหรับตอบคำถามนี้ในโอกาสต่อไป

ตรงนี้แหละที่ระบบของแอปฯนี้เจอเข้ากับลูกเล่นแบบไทยๆเรา คือพี่ไทยจะสอนคำหยาบให้เก็บไว้ในระบบมากมาย ไม่ทราบว่าคนชาติอื่นเขาจะมีพฤติกรรมแบบนี้หรือเปล่า สำนักเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กระทรวงไอซีที ถึงกับต้องลุกขึ้นมาปรามให้ผู้เล่นคนไทยระมัดระวังเรื่องนี้บ้าง อย่าให้เลยเถิดจนเสียชื่อคนไทยโดยรวม

อย่าว่าแต่แอปฯนี้เลย แอปฯโซเชียลเน็ตเวิร์ค เช่น Facebook,Twitter ก็ถูกพี่ไทยเอามาเล่นผิดกฏ กติกา มากมาย เปิดเว็บฯนี้ขึ้นมาเพื่อด่าทอคนที่ตัวไม่ชอบหน้า ขณะนี้ กลุ่มนิติราษฏร์กำลังโดนหนัก

ผมเคยนำคำพูดของ อ.ทินวัฒน์ มฤคพิมักษ์ ปรมาจารย์ด้านการพูดคนแรกของไทย ที่ท่านเคยพูดว่า “ในดีมีเสีย ในเสียมีดี” มาอ้างอิงเสมอๆว่า อยู่ที่คนใช้จะมองด้านไหน จะมองด้านดีก็ได้ จะมองด้านเสียก็มี

อยู่ที่วิจารณญาณของแต่ละคนครับท่าน

 

ใส่ความเห็น

Filed under ผลิตภัณฑ์ไอที