เขียนอะไรดี

ผมเคยเขียนบล็อกเรื่องหนึ่งชื่อ คิดแล้วเขียน ความหมายคือคิดเรื่องอะไรต่อมิอะไรแล้วก็เอามาเขียน แต่ต้องเป็นเรื่องดีดีนะ เรื่องเหลวไหลไร้สาระจะไม่เอามาเขียนเป็นอันขาด

วันนี้อยากจะเขียน แต่ไม่ได้คิดว่าจะเขียนเรื่องอะไร การเขียนกับการคิดนั้นต่างกัน การคิดเป็นนามธรรมที่ใช้สมองเป็นเครื่องมือ ส่วนการเขียนนั้นเป็นรูปธรรมที่ใช้สมองเหมือนกันและมีมือมาเป็นเครื่องช่วยในการเขียน สมัยก่อนคนเราเขียนด้วยดินสอ ปากกา ต่อมาก็ใช้แป้นเครื่องพิมพ์ดีด วันนี้เราใช้คีย์บอร์ดเครื่องคอมพิวเตอร์แทน หรือจะจิ้มบนหน้าจอสมาร์ตโฟนหรือแทบเล็ต เป็นขบวนการในการเขียน

ว่ากันว่าทุกวันนี้ ไอที เจริญก้าวหน้ามากมาย เราสามารถใช้การพูดลงบนสมาร์ตโฟนแล้วระบบมันจะแปลงสัญญาณเสียงเป็นข้อความให้ได้ เป็นอันว่าต่อไปนี้เราไม่ต้องใช้มือในการเขียนก็ได้สินะ แต่น่าจะเหมาะกับผู้พิการที่ไม่มีมือมากกว่า คนปกติคงอยากจะใช้มือเขียนเหมือนเดิม

นี่ขนาดไม่ได้คิดว่าจะเขียนเรื่องอะไร ยังเขียนมาได้มากมายหลายย่อหน้า บางครั้งความคิดของคนเราก็ลื่นไหลเหมือนสายน้ำนะ ข้อสำคัญอย่าคิดเหลวไหลไร้สาระก็แล้วกัน

ใส่ความเห็น

Filed under ไม่มีหมวดหมู่

มหัศจรรย์แห่งเมล็ดพันธุ์พืช “เจียไต๋แฟร์ 2015”

ประมวลภาพจากงาน “เจียไต๋แฟร์ 2015” ครั้งที่ 8 ที่กาญจนบุรี บริเวณที่จัดงานประมาณ 20 ไร่ จากเนื้อที่ทั้งหมด 2000 ไร่ ถนนกาญจนบุรีสู่ไทรโยค เป็นพื้นที่อยู่ในหุบเขา ซึ่งบริษัท เจียไต๋ จำกัด ใช้เป็นสถานที่ทดลองและพัฒนาพันธุ์พืชต่างๆ อาทิ ผักต่างๆ ไม้ดอกหลากหลายชนิด

IMG_0015IMG_0016IMG_0017IMG_0020IMG_0022IMG_0023IMG_0024IMG_0025IMG_0029IMG_0029IMG_0030IMG_0031IMG_0032IMG_0034IMG_0035IMG_0036IMG_0037IMG_0038IMG_0039IMG_0040IMG_0042IMG_0043IMG_0044IMG_0045IMG_0047IMG_0050IMG_0051IMG_0052IMG_0053IMG_0055IMG_0057IMG_0059IMG_0060IMG_0061IMG_0063IMG_0065IMG_0066IMG_0068IMG_0069IMG_0073IMG_0072IMG_0073IMG_0075IMG_0077IMG_0081IMG_0086IMG_0087IMG_0088IMG_0089IMG_0090IMG_0091IMG_0096IMG_0094IMG_0097

ใส่ความเห็น

Filed under ไม่มีหมวดหมู่

ทำไมจึงไม่เชื่อ(อะไร)ง่ายๆ

ตั้งแต่เด็กๆมาแล้ว ผู้เขียนเป็นคนเชื่ออะไร(ค่อนข้าง)ยาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม เช่น เรื่องเขาเล่ามา ข่าวลือ ไสยศาสตร์ เรื่องทรงเจ้า ฯลฯ ไม่ใช่เป็นคนยึดถือหลักกาลามสูตร เพราะตอนเป็นเด็กยังไม่รู้จัก ด้วยนิสัยหรือจะเรียกว่าสันดานก็ตาม ทำให้ผู้เขียนรอดพ้นจากเรื่องงมงายในสังคมหรือในชีวิตมาหลายเรื่อง

มาจนถึงวันนี้อายุเข้าสู่วัยชรา(มาก)แล้ว นิสัยถาวรที่ไม่เชื่อเรื่องอะไรง่ายๆก็ยังคงอยู่ ยกตัวอย่างที่มีมวลมหาประชาชนมาชุมนุมกันเป็นเรือนแสนจนถึงเรือนล้าน(คน) ภายใต้การนำของ(กำนัน)สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.

วงการผู้สันทัดกรณีเกี่ยวกับการชุมนุมต่างฟันธงว่า เพราะกำนันสุเทพนำเรื่องที่โดนใจประชาชนมาโจมตี คือการต่อต้าน พรบ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอย ผู้เขียนก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ก็ยังหาข้อเท็จจริงไม่เจอ ต่อมากระแต่อต้านก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลา มาถึงวันนี้เรื่องหลักที่ต่อต้านคือ การกดดันให้ รบ.รก.ลาออก แต่ยังไม่บรรลุผล ยืดเยื้อกันมานานเป็นเดือน แต่มวลมหาประชาชนก็ยังหนาแน่นเหมือนเดิม

จุดนี้ทำให้ผู้เขียนฉุกใจคิดว่า มันต่องมีปัจจัยอะไรสักอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการชุมนุมของ กปปส.ครั้งนี่

ลองมาดูปัจจัยนั้นว่ามันคืออะไร

1.บริการรถไฟฟ้า บีทีเอส และเอ็มอาร์ที ที่ช่วยให่การเดินทางไปมาหากันง่ายขึ้น สะดวกขึ้น

2.มือถือสมาร์ตโฟน ช่วยในการติดต่อสื่อสาร ส่งข่าวสารแจ้งกันได้อย่างทันท่วงที

3.กล้องดิจิตีล และกล้องมือถือ ช่วยให้เห็นภาพเหตุการณ์สดๆ

4.ระบบอินเตอร์เน็ต 3G/WiFi ที่มีเครือข่ายอยู่ทั่วไปทุกท้องที่ ช่วยให้การใช้อินเตอร์เน็ตสะดวกมาก

5.ADSL ระบบเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตตามบ้านที่พักอาศัย สื่อสารได้สะดวก

6.แอพพลิเคชั่นโซเชียลเน็ตเวิร์ค เช่น Facebook,Twitter,Line,Instagram ช่วยในการสื่อสารเรื่องราวต่างๆ

7.ระบบจานดาวเทียมทีวี ช่วยให้ดูทีวีทางเลือกเช่น Bluesky รับข่าวสารการถ่ายทอดสดเกตุการณ์ต่างๆได้ทันที

8.Skycam การถ่ายภาพผ่านดาวเทียม หรือ โดรน

9.ระบบจอทีวียักษ์ที่ติดตั้งในสถานที่ชุมนุม และระบบเสียงที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้ผู้ชุมนุมเห็นภาพและเสียงเท่าเทียมกันทุกจุด สุดท้าย

10.เต้นท์ขนาดใหญ่ที่รองรีบผู้ชุมนุมจำนวนหลายร้อยคน ทำให้มีความสะดวกสบายมากขึ้น

ทั้งหมดตามที่เขียนมาข้างต้นนี้ ผู้เขียนคิดว่าน่าจะเป็นตัวช่วยให้การชุมนุมของ กปปส.ประสบความสำเร็จ ตามที่เห็นกันอยู่วันนี้

เก็บใจความจากคอลัมน์ไอที นสพ.เดลินิวส์ออนไลน์ARENA

ใส่ความเห็น

Filed under คิดไปเขียนไป

เมื่อเป็นประชาสัมพันธ์โรงแรม(1)

หลังจากที่เปลี่ยนงานอาชีพมา 3 งานแล้ว และกำลังทำงานอาชีพที่ 4 คือ ผู้จัดการโรงภาพยนตร์บางแครามา ในศูนย์การค้าบางแค ถนนเพชรเกษม เขตภาษีเจริญ กทม. เมื่อ พ.ศ. 2512 วันหนึ่งอ่านพบข่าวเล็กๆใน นสพ.บ้านเมือง รายวัน เนื้อข่าวมีรายละเอียดว่าโรงเรียนการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ โดย อาจารย์อรุณ งามดี เป็น ผอ.โรงเรียน แระกาศรับสมัครเข้าอบรมหลักสูตร “การประชาสัมพันธ์ธุรกิจแผนใหม่” รุ่นที่ 1 อบรมเฉพาะวันเสาร์ติดต่อกันจำนวน 6 เดือน
ด้วยความสนใจว่า การประชาสัมพันธ์ (Public Relation) คืออะไร จึงสมัครเข้ารับการอบรมทันที จำได้ว่าผู้เข้าอบรมในรุ่นนี้ ล้วนทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ตามหน่วยงานต่างๆ อาทิ ธนาคารกสิกรไทย ห้างสรรพสินค้า บริษัท สยามยามาฮา จำกัด ฯลฯ เป็นต้น
มีเพียงผู้เขียนเท่านั้นที่ทำงานไม่เกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์
เมื่ออบรมจบมาแล้วก็ยังไม่มีแนวคิดที่จะทำงานการประชาสัมพันธ์แต่อย่างใด
จากนั้นก็เดินหน้าทำงานโรงภาพยนตร์ต่อไป จากโรงภาพยนตร์บางแครามา มาทำที่โรงภาพยนตร์เฉลิมพันธ์เธียเตอร์ สามแยกเตาปูน บางซื่อ และมาจบการทำงานโรงภาพยนตร์ที่ โรงภาพยนตร์ประดิพัทธ์เธียเตอร์ สะพานควาย เมื่อ พ.ศ.2515 เนื่องจากอิ่มตัวการทำงานด้านนี้แล้ว
จากนี้จึงมีแนวคิดที่จะลองทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ดูบ้าง
แต่จะทำที่ไหนเป็นปัญหาที่คิดอยู่หลายวัน สุดท้ายจึงตัดสินใจไปปรึกษากับประธานรุ่นฯคือ คุณแมนรัตน์ ศรีกรานนท์ ซึ่งเป็นผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท สยามยามาฮา จำกัด
ได้รับการแนะนำให้ไปสมัครงานกับ คุณชวลิต ทั่งสัมพันธ์ เจ้าของโรงแรมชวลิต ตั้งอยู่ระหว่างซอย 11-13 ถนนสุขุมวิท (ปัจจุบันโรงแรมชวลิตยุบรวมเป็นโรงแรมแอมบาสซาเดอร์)

โพสท์จากเวิร์ดเพรสสำหรับแอนดรอยด์

1 ความเห็น

Filed under ไม่มีหมวดหมู่

คติพจน์ประจำตัว

image

เมื่อวันที่ผู้เขียนเข้าไปกราบนมัสการลาพระอุปัชฌาย์ หลังจากที่ลาสิกขาและอยู่ที่วัดเดชานุสรณ์ ต่อมาอีก 3 วัน ครบตามประเพณีที่ปฏิบัติกันแล้ว
ผู้เขียนขอพรจากพระอุปัชฌาย์คือ พระครูสาครคุณาธาร เจ้าคณะอำเภอสามพราน และเจ้าอาวาสวัดเดชานุสรณ์ ตำบลยายชา อำเภอสามพราน นครปฐม ปัจจุบันอยู่ฝั่งตรงข้ามสามพรานรืเวอร์ไซด์แอนด์รีสอร์ท
วันนั้นคือวันหนึ่งของเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2502 หรือประมาณ 54 ปีมาแล้ว
หลวงพ่ออุปัชฌาย์เขียนอะไรใส่กระดาษส่งให้ แล้วพูดว่า จำไว้ให้ดีและปฏิบัติตามนี้ ชีวิตจะไม่มีปัญหา
ข้อความนั้นคือ
อยู่คนเดียว จงระวังความคิด
อยู่ในมวลมิตร จงระวังวาจา
ซึ่งผู้เขียนถือเป็นคติพจน์ประจำตัวตลอดมาถึงวันนี้

ใส่ความเห็น

Filed under ไม่มีหมวดหมู่

คิดแล้วแต่ไม่ได้เขียน

ปกติผมเป็นคนชอบคิด แต่ไม่ใช่คิดแบบฟุ้งซ่านไร้สาระ ผมคิดเรื่องต่างๆมามากมายในชีวิตที่ผ่านมา โชคดีในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาผมเริ่มใช้คอมพิวเตอร์ และเปิดบล็อกส่วนตัวขึ้นหลายบล็อก เวลาคิดเรื่องอะไรแล้วก็เขียนลงบล็อก ทำให้ความคิดของผมถูกบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่สูญหายไปตามกาลเวลา เหมือนเช่นที่ผ่านมา

เคยมีคนกล่าวว่าคนไทยมีภูมิปัญญามากมาย แต่ไม่ค่อยชอบเขียน (หนังสือ)เป็นลายลักษณ์อักษร เรื่องราวต่างๆจึงสูญหายไปกับคนไทยจำนวนมากมาย ที่เหลืออยู่ทุกวันนี้ล้วนเป็นเรื่องที่สืบทอดกันมาแบบใช้ความจำ แบบที่เรียกว่าสืบทอดรุ่นต่อรุ่นนั่นเอง เช่นการทำอาชีพหลายๆอย่างที่ตกทอดมาถึงปัจจุบันนี้

ในจำนวนเรื่องที่ผมคิดนั้นมีเรื่องการเขียนหนังสือแล้วจัดพิมพ์เป็นเล่ม เพื่อเป็นผลงานของชีวิตสักชิ้นหนึ่ง ความคิดนี้ก็ยังสถิตย์อยู่ในสมอง(ไม่ทราบว่าส่วนไหน)เสมอ

สองสามสัปดาห์ที่ผ่านมามีโอกาสคุยกับ อ.กมล รัตนวิระกุล นายกสมาคมการบริหารโรงแรมไทย และประะธานสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการโรงแรมไทย ที่โรงแรมพูลแมน คิงเพาเว่อร์ ถนนรางน้ำ ระหว่างพักการอบรมฯของสถาบันฯ อ.กมล พูดขึ้นตอนหนึ่งของการสนทนาว่า

“คุณ(หมายถึงผม)เขียนหนังสือดีนะ”

และก็พูดต่อว่าน่าจะเขียนหนังสือ(อะไร)สักเล่ม เช่นเขียนเรื่องการประชาสัมพันธ์ที่ผมเคยทำสมัยเป็นผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ที่โรงแรมชวลิต (ก่อนจะมารวมเป็นโรงแรมแอมบาสซาเดอร์) เมื่อปี พ.ศ. 2515-2520 ว่าสมัยนั้นประชาสัมพันธ์โรงแรมเขาทำงานกันอย่างไร สื่อมวลชนสมัยนั้นมีบทบาทอย่างไร น่าจะเป็นเรื่องที่ผู้คนสมัยนี้สนใจ เพราะหาคนที่รู้เรื่องเหล่านี้ยากแล้วในวันนี้

ผมฟังแล้วก็โดนใจเพราะเคยมีแนวคิดที่จะเขียนเรื่องแบบนี้มาแล้วในอดีต กลับมานั่งคิดพล็อตเรื่องที่จะเขียนตามที่ อ.กมล ปรารภขึ้น คิดอยู่หลายวันเหมือนกันนะ ก็ยังไม่ตกผลึกว่าจะเขียนในแนวใดจึงจะน่าสนใจ

สองสามวันมานี้ผมทำความสะอาดชั้นหวายที่เก็บหนังสือ ซึ่งมีจำนวนหลายสิบชั้น เผอิญโชคดีพบเอกสารฉบับหนึ่ง เป็นเอกสารฉบับถ่ายสำเนา (ขนาด เอ 4)เย็บเล่มอย่างดี ชื่อว่า “ครบเครื่องเรื่อง(นัก)ประชาสัมพันธ์(มืออาชีพ)” โดย ศตวรรษ ศรีสมบูรณ์ จำนวนประมาณเกือบร้อยหน้า ด้วยความดีใจผมจึงอ่านอีกครั้งรวดเดียวจบ ทั้งๆที่ผมไม่เคยอ่านหนังสือเรื่องใดจบเลยในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา

2556-08-08 09-03-54_0001

ข้อมูลของเอกสารฉบับนี้มีดังนี้

หนังสือ          : ชุดครบเครื่อง อันดับที่ 1
ชื่อ                  : ครบเครื่องเรื่อง (นัก)ประชาสัมพันธ์(มืออาชีพ)
ผู้แต่ง            : ศตวรรษ ศรีสมบูรณ์
ปีที่พิมพ์/ครั้งที่พิมพ์ : พฤศจิกายน 2548 พิมพ์ครั้งที่ 1
ISBN (เลขมาตรฐานสากลหนังสือ) 974-93637-7-9

ดำเนินการจัดพิมพ์(ฉบับถ่ายเอกสาร)โดย : ศตวรรษ ศรีสมบูรณ์
ไม่จำหน่ายแต่แจกผู้สนใจ จำนวน 10 ฉบับ

ที่มาของหนังสือฉบับถ่ายเอกสารนี้คือ หลังจากที่เสนอต้นฉบับไปยัง สนพ.ต่างๆจำนวน 10 กว่าแห่ง ขออนุญาตเอ่ยชื่อ เช่น สนพ.ดอกหญ้า ฯลฯ เป็นต้น

หลังจากนั้นก็เงียบหายไป ติดตามอยู่เป็นเดือนก็ไม่มีคำตอบจาก (สวรรค์) สนพ.สักแห่ง

ผมตัดสินใจถ่ายสำเนาพิมพ์เป็นฉบับเอกสาร จำนวน 10 ฉบับ แจกเพื่อนสนิทมิตรสหาย ทุกคนก็ตอบกลับมาว่า เขียนดี น่าจะจัดพิมพ์จำหน่ายนะ

หลังจากนั้นผ่านมาเกือบ 10 ปีแล้ว หากไม่ได้ยิน อ.กมล รัตนวิระกุล พูดขึ้น ผมคงลืมเรื่องนี้ไปแล้ว

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้แหละโยม

ใส่ความเห็น

Filed under การประชาสัมพันธ์

จดหมายเหตุหนุ่มร้อยปี

นานๆครั้งผมก็ได้รับคำถามจากผู้อ่านบล็อกที่ผมเขียน เช่น คำถามล่าสุดที่ได้รับคือ “จดหมายเหตุหนุ่มร้อยปีคืออะไร?” ผมตอบผู้ถามเป็นการส่วนตัวไปแล้ว แต่ก็เพื่อให้ผู้ที่กำลังจะถามคำถามเดียวกันนี้ได้ทราบพร้อมกัน จึงนำมาตอบในที่นี้อีกครั้ง (ความจริงก็เป็นประโยชน์สำหรับผมด้วยเช่นกัน ที่ประหยัดเวลาในการคิดหาเรื่องมาเขียนอีกตอนหนึ่ง)

คำว่า “จดหมายเหตุ” น่าจะหมายถึงการเขียนบันทึกเรื่องราวต่างๆไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เช่นสมัยกรุงศรีอยุธยาก็มีบันทึกที่เรียกว่า “จดหมายเหตุกรุงเก่า” อะไรประมาณนี้

คำว่า “หนุ่มร้อยปี” เป็นนามแฝงของผม ที่เกิดขึ้นสมัยไปทำงานที่นิตยสาร “นักขาย”รายเดือน ของอาจารย์ไพบูลย์ สำราญภูติ และได้รัลมอบหมายให้เขียนคอลัมน์ “สังคมธุรกิจ” แต่ไม่ทราบว่าจะใช้นามแฝงว่าอะไร บรรณาธิการบริหารของนิตยสารนักขายจึงตั้งนามแฝงให้ว่า “หนุ่มร้อยปี” เพราะชื่อจริง “ศตวรรษ” แปลว่า หนึ่งร้อยปี ท่าทางกระฉับกระเฉงดูเป็นหนุ่ม จึงเป็นที่มาของนามแฝง “หนุ่มร้อยปี”

โดยสรุปชื่อบล็อกนี้คือ บันทึกเรื่องราวต่างๆที่ผมทราบ ผมรู้และมีประสบการณ์ นำมาเขียนบันทึกไว้คล้ายๆกับเขียนสมุดไดอารี่นั่นเอง เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้

รูปภาพ

อิริยาบถสบายๆคราวไปเที่ยวน่าน พ.ศ. 2553

ใส่ความเห็น

Filed under บล็อก