นักประชาสัมพันธ์ ยุคดิจิตัล

โพสต์ที่แล้วผมเขียนถึงความผิดพลาดของนักประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับข้อมูลสื่อมวลชน ที่ไม่ทันสมัยและมีความผิดพลาดอย่างที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ ซึ่งอาจจะส่งผลเสียต่องานประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานนั้นๆได้

เมื่อบ่ายวันจันทร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 ผมมีโอกาสฟังรายการ ญออนไลน์ จากวิทยุครอบครัวข่าว คลื่น 106 เม็กกะเฮิร์ช ผู้จัดรายการนี้คือ คุณเอื้อง สาลินี ปันยารชุน (www.facebook.com/yoryingonline) รายการนี้ได้สัมภาษณ์คุณนิศรา คำผ่อง ผอ.ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท โรงแรมระดับ 5 ดาวย่านประตูน้ำ เนื้อหาสาระของการสัมภาษณ์ต้องการที่จะทราบว่า นักประชาสัมพันธ์ยุคดิจิตัลมีวิธีการใช้สื่อในงานประชาสัมพันธ์อย่างไร

คุณนิศราให้รายละเอียดว่า ฝ่ายประชาสัมพันธ์แบ่งงานออกเป็นสองแผนกหลักๆคือ แผนกสื่อสารการตลาด (Marketing Communication) และแผนก Social Media การส่งข่าวเพื่อเผยแพร่กิจกรรมของโรงแรมจะใช้ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น นสพ.รายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน ส่วนสื่อดิจิตัลนั้นก็จะใช้สื่อประเภทโซเชียลมีเดียที่มีอยู่ เช่น Facebook,Line,Instagram และบล็อกต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นต้น คุณนิศราให้ความเห็นว่าการใช้สื่อโซเชียลมีเดียจะรวดเร็วมากในการเผยแพร่ข่าวสาร ไม่ต้องรอระยะเวลาเหมือนสื่อสิ่งพิมพ์ที่ต้องใช้เวลาในการออกสื่อ

สำหรับบล็อกเกอร์ที่เชิญมาทำข่าว เมื่อเขามาใช้บริการของโรงแรมแล้ว เขาก็จะเขียนลงในบล็อกของเขาและอาจจะเขียนลงในแพลทฟอร์มที่เขามีอยู่ด้วย เช่น Facebook,Instagram เป็นต้น ฝ่ายประชาสัมพันธ์จะต้องคอยติดตามสื่อโซเชียลมีเดียเหล่านี้อย่างใกล้ชิดทุกวัน ผิดกับสมัยก่อนที่นักประชาสัมพันธ์จะต้องคอยอ่านหนังสือพิมพ์ทุกเช้า เมื่อมีข่าวของโรงแรมก็จะตัดข่าวทำเป็น Press Clipping ใส่แฟ้มเสนอผู้บังคับบัญชา

2556-08-08 09-03-54_0001คุณนิศรากล่าวเสริมว่านักประชาสัมพันธ์สมัยดิจิตัลนี้ จะต้องทันสมัยไม่ตกยุค มิเช่นนั้นจะไม่สามารถทำงานในหน่าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนคนอื่นๆเขา

Advertisements

ใส่ความเห็น

Filed under ไม่มีหมวดหมู่

ความผิดพลาดของนักประชาสัมพันธ์ที่มีมาทุกยุคทุกสมัย

ผมเขียนเรื่องเป็นนักประชาสัมพันธ์โรงแรมมา 5 ตอน และกำลังคิดอยู่ว่าจะเอาเรื่องอะไรมาเขียนต่อ กำลังจะจนมุมอยู่แล้ว เหมือนฟ้ามาโปรดไม่ให้จนมุม เมื่อคืนนี้ (วันอังคารที่ 16 มกราคม 2561 เวลาประมาณ 20.25 น.ดูรายการทีวีช่อง สปริงนิวส์ รายการ “เจาะลึกทั่วไทย Tonight” จัดโดย คุณดนัย เอกมหาสวัสดิ์ และคุณอมรรัตน์ มหิทธิรุทธ์ https://youtu.be/vrQv-KEzttE) คุณดนัยพูดในรายการดังกล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช) จะจัดงานสื่อมวลชนสัมพันธ์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสื่อมวลชนและตำรวจ กำหนดจะจัดขึ้นในวันสองวันนี้

ประเด็นที่คุณดนัยนำมาพูดในรายการนี้คือ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ สตช.ที่มีหน้าที่เชิญสื่อมวลชนทุกแขนงมาร่วมงาน นัยว่าเพื่อให้งานนี้ยิ่งใหญ่อลังการ จึงเชิญฝ่ายบริหารของสื่อมวลชนมาร่วมงานด้วย โดยเฉพาะฝ่ายบริหารของสื่อประเภทสิ่งพิมพ์และทีวีนั้น คุณดนัยยกตัวอย่างที่ฝ่ายประชาสัมพันธื สตช.เชิญมาร่วมงาน 4-5 ท่าน ซึ่งคุณดนัยบอกว่าเป็นการเชิญผู้มาร่วมงานโดยไม่มีข้อมูลหรือทำการบ้านมาก่อนเลยว่า ใครเป็นใครและปัจจุบันท่านเหล่านี้ทำอะไรอยู่ที่ไหน อาทิ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้ง นสพ.เครือผู้จัดการ วันนี้ท่านถูกจำคุกอยู่ ซึ่งกรมราชฑัณก์คงไม่อนุญาตให้ออกมาร่วมงานด้วยแน่นอน คุณสุทธิชัย หยุ่น ลาออกจาก เนชั่นทีวีแล้ว คุณประภา ศรีนวลนัด ไม่ได้อยู่ นสพ.เดลินิวส์แล้ว ฯลฯ

ทั้งหลายทั้งปวงนั้นจึงเชื่อว่าฝ่ายประชาสัมพันธ์ สตช.ไม่ได้ทำการบ้านหรือหาข้อมูลเลยว่า บุคลากรสื่อมวลชนที่จะเชิญมาร่วมงานนั้น ปัจจุบันมีสถานภาพเป็นอย่างไร มีความรับผิดชอบงานด้านใด ทำงานอยู่ที่ไหน และหากงานที่จัดขึ้นนั้นไม่มีใครมาร่วมงาน ก็อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าสื่อมวลชนไม่ให้ความร่วมมือ เพราะหนังสือเชิญนั้นอาจจะไม่ถึงมือเขาก็ได้ หรืออาจจะเป็นงานที่เขาไม่จำเป็นต้องมาร่วมงานด้วยก็ได้ ดังนั้นฝ่ายประชาสัมพันธ์ควรจะทำความเข้าใจว่า สื่อมวลชนที่จะเชิญมาร่วมงานด้วยนั้นควรจะเป็นใคร มีความรับผิดชอบเกี่ยวกับข่าวสายงานของหน่วยงานที่จะจัดงานหรือไม่

ขอขอบคุณ คุณดนัย เอกมหาสวัสดิ์ ที่นำข่าวนี้มาพูดถึงด้วยครับ

ใส่ความเห็น

Filed under การประชาสัมพันธ์, คิดไปเขียนไป

ทริป ครอบครัวศรีสมบูรณ์

ครอบครัว “ศรีสมบูรณ์” จัดทริปพาสมาชิกไปเที่ยวต่างจังหวัดเป็นประจำมาหลายปีแล้ว ทั้งนี้เพื่อให้สมาชิกแต่ละครอบครัวของ “ศรีสมบูรณ์” ได้มีโอกาสพบปะสังสรรค์ เที่ยว ทานอาหาร ด้วยกัน เป็นการเพิ่มความรักความสามัคคีของครอบครัวโดยรวมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

สำหรับทริปครั้งที่ 1/2561 วันที่1-2 มกราคม 2561 กำหนดไปเที่ยวชม “ดาษดาแกลเลอรี่” เขาใหญ่ นครนายก โดยมีกำหนดการสังเขปดังนี้

ออกเดินทางจากบ้านที่บางแค วันที่
1 มกราคม 2561 เวลาประมาณ 09.30 น. แวะชมและนมัสการพระพุทธรูปที่ พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์พุทธชยันตี ที่ตำบลสาริกา อำเภอเมือง นครนายก สถานที่แห่งนี้สร้างเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ สมมติเป็นพระพุทธเจ้าและมีสาวกเป็นพระสงฆ์ที่บรรลุเป็นพระอรหันต์มาประชุมโดยมิได้นัดหมาย จำนวน 1250 องค์ วันนี้มีนักท่องเที่ยวมาชมและสักการะจำนวนมาก

จากนี้เดินทางเข้าพักที่ เดอะชิลล์รีสอร์ท ใกล้กับเขื่อนขุนด่านปราการชล และรับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน

เวลาประมาณ 15.30 น.เดินทางไปชม “ดาษดาแกลเลอรี่” ซึ่งเคยมาชมแล้วครั้งหนึ่งเมื่อ พ.ศ.2558 ตอนนั้นการก่อสร้างยังไม่เสร็จเรียบร้อยดี สถานที่แห่งนี้มีพันธ์ไม้ดอกสวยงามหลากหลาย ดอกไม้หลายสายพันธ์เป็นดอกไม้เมืองหนาว ใช้พื้นที่ประมาณพันกว่าไร่ กว่าจะเดินชมทั่วก็เหนื่อย

 สำหรับปีนี้เปิดให้ชมตั้งแต่ 2 ธค.2560 – 28 กพ.2561 จุดเด่นของการเข้าชมครั้งนี้ นอกจากจะมีการแสดงแสง สี เสียง ภายในแกลเลอรี่แล้ว ตอนค่ำยังมีการแสดงน้ำพุประกอบดนตรีสากลบรรเลงที่ตื่นตาตื่นใจ ซึ่งหาชมได้ยาก การแสดงน้ำพุประกอบดนตรีสากลบรรเลงจัดเป็นรอบๆ ใช้เวลารอบละประมาณ 60 นาที

ค่าเข้าชมดาษดาแกลเลอรี่ ผู้ใหญ่คนละ 250 บาท เด็กคนละ 150 บาท

ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Call Center Event 061 404 5000

ใส่ความเห็น

Filed under ไม่มีหมวดหมู่

เมื่อเป็นประชาสัมพันธ์โรงแรม (5)

ผมเขียนเรื่องเกี่ยวกับประชาสัมพันธ์โรงแรมมา 4 ตอน คิดว่าจะจบลงเพียงเท่านั้น แต่มาฉุกคิดว่าโรงแรมที่ผมเขียนคือ โรงแรมชวลิต สุขุมวิท นั้น เป็นโรงแรมที่มีต้นทุนด้านความมีชื่อเสียงมาก่อน ตั้งแต่สมัยเจ้ากอแก้ว ประกายกาวิล และคุณกิ่งดาว ดารณี เป็นประชาสัมพันธ์ ผมเพียงมาต่อยอดความมีชื่อเสียงของโรงแรมให้ดังต่อไปอีกระดับหนึ่งเท่านั้น

ฉะนั้นจึงควรจะเขียนถึงโรงแรมที่ผมเป็นผู้ทำประชาสัมพันธ์ให้ จากศูนย์จนถึงระดับมีชื่อเสียงที่คนทั่วไปรู้จักกันดี นั่นก็คือ โรงแรมปอยหลวง เชียงใหม่ ที่วันนี้กลายเป็นตำนานไปแล้ว และผมยังจำได้ว่าเคยเขียนถึงโรงแรมปอยหลวง ในห้องมองอดีต บล็อกกระท่อมหนุ่มร้อยปี ซึ่งมีผู้อ่านจำนวนหนึ่งให้ความสนใจและเข้าไปคอมเมนต์กันหลายราย ขอลิงค์มาให้อ่านกันที่นี่อีกครั้งครับ
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=century&month=09-2008&date=09&group=4&gblog=28
การทำประชาสัมพันธ์โรงแรมปอยหลวงของผมในสมัยนั้น (พ.ศ. 2520) เป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายมาก เพราะต้องประชาสัมพันธ์ให้ผู้คนสมัยนั้นรู้จักว่า โรงแรมปอยหลวงอยู่ที่ไหน มีจุดดีและเด่นอย่างไร และมีความเป็นมาอย่างไร ฯลฯ
สื่อสำหรับการประชาสัมพันธ์สมัยนั้นก็มีเพียงสื่อหลักเป็นหนังสือพิมพ์รายวันทั้งในส่วนกลางที่กรุงเทพ และหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นมีอยู่สองฉบับคือ ระมิงค์ และ ไทยนิวส์ ของบรรจบ ลิ้มจรูญ

ผมปูพื้นข่าวประชาสัมพันธ์ด้วยการแนะนำโรงแรมที่จะสร้างขึ้นมาใหม่ จุดเด่นและสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับโรงแรมใหม่ ความเป็นมาของชื่อและโลโก้ของโรงแรม แนะนำผู้บริหารฝ่ายต่างๆของโรงแรม ฯลฯ ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากสื่อหนังสือพิมพ์รายวันทั้งในส่วนกลางและท้องถิ่นเป็นอย่างดียิ่ง ข่าวการประชาสัมพันธ์ได้รับการตีพิมพ์อย่างพร้อมเพรียงทุกฉบับ นับเป็นโรงแรมต่างจังหวัดแห่งเดียวในสมัยนั้นที่ผู้คนทั่วประเทศรู้จักก่อนเปิดดำเนินกิจการ ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าเพราะผมมีต้นทุนสูงในการเป็นที่รู้จักของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับเป็นอย่างดี ข่าวการประชาสัมพันธ์ของผมจึงได้รับการเผยแพร่เป็นอย่างดียิ่ง

ใส่ความเห็น

Filed under การประชาสัมพันธ์, โรงแรมและรีสอร์ท, ไม่มีหมวดหมู่

เมื่อเป็นประชาสัมพันธ์โรงแรม (4)

กิจวัตรประจำวันของประชาสัมพันธ์โรงแรมสมัยนั้น (ประมาณ พ.ศ. 2515-2520) น่าจะเหมือนๆกันคือตอนเช้าเข้าทำงานประมาณเวลา 10.00 น.และเลิกงานเวลาประมาณ 18.00 น.หรือดึกกว่านี้ หากมีงานที่ต้องดูแล เช่นงานจัดเลี้ยงต่างๆ งานแรกของวันคืออ่านและตรวจข่าวจากหนังสือพิมพ์รายวันทุกฉบับในสมัยนั้น (ประมาณไม่เกิน 10 ฉบับ) นิตยสารรายสัปดาห์บางฉบับหรือรายเดือนบางฉบับ (หากมี)

เมื่อพบข่าวของโรงแรมที่ตนส่งไปหรือข่าวของโรงแรมอื่นๆ ก็จะตัดข่าวเก็บไว้ กิจกรรมนี้นักประชาสัมพันธ์เรียกว่า Press Cliping เป็นหัวข้อวิชาการประชาสัมพันธ์หัวข้อหนึ่ง คนที่ทำกิจกรรมนี้จะต้องมีศาสตร์และศิลป์ในการทำ เสร็จแล้วเข้าแฟ้มเอกสารส่งไปให้ผู้บังคับบัญชาดู ถือเป็นผลงานสำคัญของประชาสัมพันธ์ บางโรงแรมอาจจะต้องส่งไปให้เจ้าของโรงแรมดูด้วย เช่นผมทำงานที่โรงแรมชวลิต (ปัจจุบันคือโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ สุขุมวิท) ต้องส่งข่าวให้คุณชวลิต ทั่งสัมพันธ์ เจ้าของโรงแรมดูด้วย นอกจากนี้อาจจะต้องเป็นตัวแทนของโรงแรมไปร่วมงานภายนอกด้วย

การประเมินผลงานของประชาสัมพันธ์สามารถประเมินออกมาเป็นมูลค่าจำนวนเงินได้คือ ตามปกติทั่วไปการลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ต้องมีค่าใช้จ่าย หนังสือพิมพ์ต่างๆจะคิดค่าโฆษณาเป็นอัตราคอลัมน์/นิ้ว คือความกว้างคูณความยาวของเนื้อที่ที่ลงโฆษณา แต่การลงข่าวหรือภาพเพื่อประชาสัมพันธ์ของโรงแรมไม่เสียค่าใช้จ่าย เรียกว่าลงฟรีนั่นแหละ เมื่อครบเดือนประชาสัมพันธ์ก็จะคำนวณเนื้อที่ข่าวประชาสัมพันธ์แล้วคิดออกมาเป็นค่าโฆษณา ส่งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

ภารกิจอื่นๆของประชาสัมพันธ์ยังมีอีกหลายอย่างคือ จะได้รับตารางการจัดงานของโรงแรมจากฝ่ายจัดเลี้ยง แล้วตรวจดูว่ามีงานเลี้ยงของใครสมควรจะจัดทำประชาสัมพันธ์ให้ เตรียมกล้องถ่ายรูปเพื่อถ่ายงานจัดเลี้ยง สมัยนั้นยังไม่มีกล้องดิจิตัล ต้องใช้กล้องฟีล์มถ่ายเป็นภาพขาวดำ ภาพที่นิยมส่งไปเพื่อการประชาสัมพันธ์มีขนาด 8 คูณ 10 นิ้ว ทางหนังสือพิมพ์เขาจะมีเจ้าหน้าที่ย่อหรือขยายภาพตามที่ต้องการ สำหรับเนื้อข่าวสารควรจะพิมพ์บนกระดาษสำหรับส่งข่าว ที่เรียกว่า Press Release มีตราหรือโลโก้ของหน่วยงานสวยงาม พิมพ์อย่างถูกต้อง ไม่มีขีด ขูดลบแต่อย่างใด

มีทริคในการส่งภาพเพื่อการประชาสัมพันธ์หลายอย่าง เช่น มุมภาพที่สวยงาม ภาพสวยงามคมชัด การอธิบายประกอบภาพ เรื่องนี้หนังสือพิมพ์แต่ละฉบับจะมีความเข้มงวดในการพิจารณาภาพไม่เหมือนกัน เช่น หนังสือพิมพ์ The Bangkok Post จะมีความเข้มงวดมาก ต้องแจ้งชื่อบุคคลในภาพให้ครบ ชื่อ ยศ ตำแหน่ง ใครเป็นใครในภาพจะเรียงจากซ้ายไปขวาหรือขวาไปซ้ายก็ตามที หากประชาสัมพันธ์ทำงานแบบลวกๆ แจ้งชื่อบุคคลในภาพผิด ต่อไปภาพเพื่อประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานนั้นๆ จะถูกลงตระกร้าแทน หมดอนาคตไปเลย

บริษัทประชาสัมพันธ์ที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้นคือ Pressco เคยให้คำแนะนำแก่นักประชาสัมพันธ์ว่า ประชาสัมพันธ์ที่ดีไม่ควรจะส่งเฉพาะข่าวหรือภาพเพื่อการประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานเท่านั้น หากมีข้อมูลข่าวสารอะไรที่น่าสนใจมีประโยชน์ ควรจะส่งให้หนังสือพิมพ์ด้วย เพื่อหนังสือพิมพ์จะได้นำไปใช้ประโยชน์ในการเผยแพร่ข่าวสารต่อไป

มีทริคอีกอย่างหนึ่งที่ประชาสัมพันธ์ไม่ควรละเลยคือความรวดเร็วในการส่งข่าวไปยังหนังสือพิมพ์ หากเป็นไปได้ไม่ควรส่งทางไปรษณีย์ เพราะอาจจะหายหรือล่าช้า สมัยนั้นแต่ละหน่วยงานมักจะมีคนส่งเอกสารอยู่แล้ว

ใส่ความเห็น

Filed under การประชาสัมพันธ์, โรงแรมและรีสอร์ท

เมื่อเป็นประชาสัมพันธ์โรงแรม (3)

หลังจากเขียนตอนที่ 2 เรื่องนี้ไปเมื่อวาน ความบันดาลใจที่จะเขียนต่อตอนที่ 3 ก็เริ่มขึ้นทันที เรียกว่าเครื่องติดว่างั้นเถอะ แต่ก็อดกังวลใจไม่ได้ว่าจะเขียนแนวไหนดี เพราะเรื่องที่จะเขียนไม่มีข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษร ต้องคั้นเอามาจากความทรงจำล้วนๆ เหตุการณ์ที่จะเขียนก็ผ่านไปนานกว่า 40 ปีแล้ว เอาเถอะไหนๆก็ตั้งใจจะเขียนแล้ว ลองดูว่าจะเขียนได้แค่ไหน

บรรดานักประชาสัมพันธ์โรงแรมสมัยนั้น ดูแบบผิวเผินเสมือนจะทำงานแข่งขันกัน ในความเป็นจริงเรามีความสนิทสนมกันมีความสามัคคีกันมาก มีการรวมตัวกันเป็นชมรมนักประชาสัมพันธ์โรงแรมแบบไม่เป็นทางการ นัดพบปะสังสรรค์รับประทานอาหารกลางวันเดือนละ 1 ครั้ง โดยแต่ละโรงแรมหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวัน และเชิญนักหนังสือพิมพ์หรือคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์แต่ละฉบับมาเป็นแขกรับเชิญด้วย นัยว่าเพื่อเป็นการทำความรู้จักกันให้ดียิ่งขึ้น

นักประชาสัมพันธ์โรงแรมสมัยนั้นมีไม่มากนัก เท่าที่พอจะจำชื่อเสียงเรียงนามได้จากความทรงจำคือ คุณพรศรี หลูไพบูลย์ (โรงแรมโอเรียลเตล)ได้รับการยอมรับให้เป็นพี่ใหญ่ของชมรมฯด้วยประสบการณ์และความอาวุโส ม.ร.ว.จิริสุดา วุฒิไกร (โรงแรมรามาทาวเวอร์) คุณสมจิต จันทราทิพย์ (โรงแรมเอเซีย) คุณชวลิต ศรีนาวา (ถึงแก่กรรม)(โรงแรมเอราวัณ ยุคเก่า) คุณถาวร โสภีอมร (โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์) คุณประเดิม เขมะศรีสุวรรณ (โรงแรมแอมบาสซาเดอร์)คุณกิ่งดาว ดารณี (โรงแรมชวลิต)และผู้เขียนเป็นผู้ช่วย คุณอัจฉรา กาไชย (โรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตัล) ฯลฯ

สำหรับนักหนังสือพิมพ์หรือคอลัมนิสต์ที่มีชื่อเสียงของหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับ ที่บรรดานักประชาสัมพันธ์สนใจและอยากทำความรู้จักด้วย อาทิ คุณโกวิท ศรีตลายัน (นามปากกา รามสูรย์ มังกรห้าเล็บ ฯลฯ) คุณสันติ เศวตวิมล (นามปากกา แม่ช้อยนางรำ สีกาอ่าง) คุณสันติ วิริยะรังสฤษดิ์ (นามปากกา ใต้ฝุ่น) คุณนคร วีระประวัติ คุณสนิท เอกชัย (นามปากกา เรือใบ) คุณแถมสิน รัตนพันธ์ (นามปากกา ลัดดา) คุณพอใจ ชัยยะเวฬุ คุณสุภาพ คลี่ขจาย (นามปากกา ฉัตร เชิงดอย) คุณขรรค์ชัย บุนปาน (นามปากกา หวานเย็น) คุณเกียรติสม กลิ่นสุวรรณ คุณประสาน มีเฟื่องศาสตร์ (นามปากกา กระแช่) คุณบรรเจิด ทวี คุณจันทรา ชัยนาม (นามปากกา ขุนทอง) คุณสุขสันต์ สมพงษ์ คุณธรรณพ ธนะเรือง เผด็จ ภูรีปฏิภาณ นามปากกา พญาไม้ ฯลฯ และอีกมากที่จำชื่อไม่ได้

นักหนังสือพิมพ์สมัยนั้นบางท่านที่วันนี้ผันมาเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์คือ คุณขรรค์ชัย บุนปาน เครือมติชน คุณสุทธิชัย หยุ่น เครือเดอะเนชั่น คุณสนธิ ลิ้มทองกุล เครือผู้จัดการ คุณสันติ วิริยะรังสฤษดิ์ นิตยสารการเงินธนาคาร เป็นต้น

ผู้เขียนเคยได้รับคำชมจากคุณพอใจ ชัยะเวฬุ เจ้าของคอลัมน์ “พอใจไขข่าว” นสพ.เดลิไทม์ ว่า เป็นนักประชาสัมพันธ์ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับนักหนังสือพิมพ์ดีที่สุดในสมัยนั้น ว่าใครเป็นใคร ใครย้ายงานไปอยู่ที่ไหน เป็นต้น

ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ประสบความสำเร็จในงานประชาสัมพันธ์คือ ความถูกต้องของข่าวที่ส่งไปประชาสัมพันธ์ ไม่ว่าเนื้อหาสาระ ภาพประกอบข่าว ข่าวที่สดและทันสมัยเชื่อถือได้ เพราะไม่มีหนังสือพิมพ์ฉบับใดที่ชอบลงข่าวช้ากว่าฉบับอื่น โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์หัวสีที่เป็นคู่แข่งขันกัน นักประชาสัมพันธ์ที่ส่งข่าวแบบมั่วๆจะได้รับการแอนตี้จากนักหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ อนาคตการเป็นนักประชาสัมพันธ์ก็จะดับไปทันที

ใส่ความเห็น

Filed under ไม่มีหมวดหมู่

เมื่อเป็นประชาสัมพันธ์โรงแรม (2)

ข้อเขียนเรื่องนี้เขียนตอนที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2013 แล้วลืมไปเลย ไม่ได้มาเขียนต่อ นับเป็นข้อเขียนที่ทิ้งระยะยาวนานมาก จากตอนที่ 1 มาเขียนตอนที่ 2 นานถึง 4 ปี เพราะปีที่เขียนตอนนี้คือปี 2017

โรงแรมชวลิตที่ผมทำงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการประชาสัมพันธ์เมื่อ พ.ศ. 2515 นั้น ความจริงเป็นโรงแรมขนาดเล็ก เพราะมีห้องพักจำนวน(ประมาณไม่เกิน) 200 ห้องเท่านั้น แต่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไปไม่แพ้โรงแรมขนาดใหญ่ในสมัยนั้น เช่น โรงแรมเอราวัณ (ยุคเก่า) โรงแรมอินเตอร์คอนติเนลตัล (บริเวณสยามพารากอนปัจจุบันนี้) โรงแรมอินทรา ประตูน้ำ โรงแรมแมนดาริน สามย่าน โรงแรมรามาทาวเว่อร์ สีลม เป็นต้น
สาเหตุที่โรงแรมชวลิตเป็นที่รู้จักกันดีนั้น น่าจะมาจากโรงแรมมีห้องอาหารและไนท์คลับที่มีชื่อเสียง เช่น ห้องอาหารจีนชื่อแมนดาริน ค๊อฟฟี่ชอบชื่อห้องอาหารบางกะปิ และไนท์คลับชื่อออสการ์คลับ เป็นต้น และโรงแรมมีกิจกรรมต่างๆมากในแต่ละเดือน เช่น งานจัดเลี้ยงของบุคคลที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น งานกิจกรรมต่างๆเหล่านี้จำเป็นต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและลูกค้าทราบ จึงทำให้การประชาสัมพันธ์ของโรงแรมมีงานไม่ขาดมือในแต่ละเดือน

การทำประชาสัมพันธ์ในสมัยนั้นต้องใช้สื่อหนังสือพิมพ์รายวันเป็นหลัก เพราะสื่อหลักๆในสมัยนั้นนอกจากสื่อสิ่งพิมพ์แล้ว ก็มีสื่อวิทยุ สื่อโทรทัศน์ สำหรับสื่ออื่นๆแทบจะไม่มีอะไรที่น่าสนใจ สื่อสิ่งพิมพ์เป็นสื่อที่บรรดานักประชาสัมพันธ์ทุกสาขาธุรกิจที่มีการประชาสัมพันธ์นิยมใช้เป็นหลัก เพราะเข้าถึงได้ง่ายสามารถฝากข่าวการประชาสัมพันธ์ได้ แตกต่างจากสื่อวิทยุและสื่อโทรทัศน์ที่เข้าถึงได้ยาก ไม่สามารถฝากข่าวประชาสัมพันธ์ได้ง่ายๆ บางครั้งต้องมีค่าใช้จ่ายซึ่งองค์กรธุรกิจสมัยนั้นไม่มีงบประมาณให้นักประชาสัมพันธ์
สื่อสิ่งพิมพ์สมัยนั้นนอกจากมีหนังสือพิมพ์รายวัน (จำนวนประมาณไม่เกิน 10 ฉบับ) ก็มีนิตยสารรายสัปดาห์และรายเดือน แต่ที่นิยมใช้ประชาสัมพันธ์มากก็คือหนังสือพิมพ์รายวัน เช่น ไทยรัฐ เดลินิวส์ บ้านเมือง แนวหน้า สยามรัฐ เดลิมิเร่อร์ เดลิไทม์ เสียงปวงชน เป็นต้น นอกจากนี้ก็มีภาษาจีน 2-3 ฉบับ คือ ซินเสียนเยอะเป้า สากล ภาษาอังกฤษมีเพียง 2 ฉบับคือ Bangkok Post และ The Nation นักประชาสัมพันธ์ทุกองค์กรธุรกิจต้องทำความรู้จักกับนักหนังสือพิมพ์หรือคอลัมนิสต์ต่างๆของหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับเป็นอย่างดี เพื่อประโยชน์ในการฝากข่าวประชาสัมพันธ์ลงในคอลัมน์ต่างๆ เช่น คอลัมน์สังคม คอลัมน์ธุรกิจ คอลัมน์บันเทิง คอลัมน์การศึกษา คอลัมน์ข่าวกีฬา เป็นต้น

นักประชาสัมพันธ์ที่จะประสบความสำเร็จในการทำประชาสัมพันธ์สมัยนั้น นอกจากจะต้องมีความรู้ในด้านการประชาสัมพันธ์เป็นพื้นฐานแล้ว ยังจะต้องมีมนุษยสัมพันธ์เป็นอย่างดีกับสื่อมวลชนในสมัยนั้นด้วย มีข้อมูลในการทำประชาสัมพันธ์ เช่น รู้ว่าใครใช้นามปากกาว่าอะไร ควบคุมคอลัมน์อะไรในหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับ เพราะสมัยนั้นนักหนังสือพิมพ์นิยมใช้นามแฝงหรือนามปากกา และไม่นิยมให้นักประชาสัมพันธ์ส่งข่าวถึงตนด้วยนามแฝง ถือว่าไม่รู้จักเขาจริง ข้อมูลที่ลึกลงไปอีกคือ ต้องรู้วันถือกำเนิดของหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับ และวันเกิดของคอลัมนิสต์แต่ละคน เพื่อจะได้นำของขวัญไปมอบแสดงความยินดี ข้อมูลอื่นๆคือต้องรู้ว่านักหนังสือพิมพ์คนไหนย้ายไปอยู่ที่ไหน เพราะสมัยนั้นนักหนังสือพิมพ์ย้ายงานบ่อยมาก

นักประชาสัมพันธ์ที่ฉลาดจะต้องไม่แบ่งแยกคบหากับนักหนังสือพิมพ์ฉบับใหญ่ๆเท่านั้น ไม่สนใจนักหนังสือพิมพ์ฉบับเล็ก เพราะไม่มีอะไรแน่นอนว่าวันหนึ่งนักหนังสือพิมพ์ฉบับเล็กอาจจะไปอยู่ฉบับใหญ่ก็ได้ ผู้เขียนเคยได้รับคำแนะนำจากคอลัมนิสต์ท่านหนึ่งว่า อย่าไปดูถูกหรือไม่สนใจนักหนังสือพิมพ์ที่ตกงาน ควรจะต้อนรับเขาตามปกติและให้เกียรติเขาตามเดิม เขาจะประทับใจในตัวเรา วันหนึ่งเมื่อเขามีงานทำอีก ข่าวของเราจะได้รับการตีพิมพ์ประชาสัมพันธ์เป็นข่าวแรก ผู้เขียนจำคำแนะนำนี้ไว้โดยไม่ลืมเลือนเลย เพราะปรากฏว่ามีนักประชาสัมพันธ์บางคนตกม้าตายด้วยเหตุนี้มาแล้ว

ใส่ความเห็น

Filed under การประชาสัมพันธ์, คิดไปเขียนไป, ไม่มีหมวดหมู่